แชร์

Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปแบบแห้ง

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2023
13458 ผู้เข้าชม

Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปแบบแห้ง


เราพูดถึงกระบวนการแบบเปียก Washed Process หรือ Wet Process กันไปแล้ว
https://bit.ly/3ITyCzc
วันนี้เราจะมาพูดถึง กระบวนการแปรรูปแบบแห้ง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการแปรรูปแบบดั้งเดิม เป็นที่นิยมในภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำ และให้กลิ่นรสที่แตกต่างจากกาแฟวอชโปรเสสอย่างชัดเจน
ไปดูขั้นตอนต่างๆในกระบวนการ Dry Process กันค่ะ
1. คัดแยกผลที่ไม่สุก เสีย และเศษใบไม้ กิ่งไม้ออก
2. นำผลเชอรี่ที่คัดแยกกาแฟแล้วไปลอยน้ำ เพื่อแยกผลเบา ฝ่อ ออกจากผลที่ดี
3. ล้างผลเชอรี่ให้สะอาด
4. อาจมีการหมักผลเชอรี่เพื่อเพิ่มกลิ่นรส
5. นำผลเชอรี่มาตากบนแคร่ หรือ African Beds (โต๊ะยาวยกสูงจากพื้นดิน มีตาข่ายตาถี่ปูผิวหน้า ซึ่งช่วยให้อากาศผ่านได้ดีทั้งด้านบนและข้างใต้โต๊ะ) แล้วคอยพลิกกลับให้แน่ใจว่าผลกาแฟถูกตากแห้งอย่างทั่วถึง คลุมผ้าพลาสติกกันน้ำค้างในระหว่างกลางคืน
6. การตากแบบดั้งเดิม (Sun Dry) อาจใช้เวลานาน 25-40 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้น) เพื่อให้เชอรี่แห้งลงเหลือความชื้นไม่เกิน 12% (moisture content; M.C.) ซึ่งแห้งพอที่จะเก็บเข้าสโตร์ได้โดยไม่เกิดปัญหาเชื้อราตามมาในภายหลัง
กาแฟ Natural process ที่สะอาด จะมีบอดี้สูง กลิ่นรสเข้มข้น เปรี้ยว หวาน และมีกลิ่นผลไม้ที่ชัดเจน ทั้งนี้การตากเชอรี่กาแฟทั้งเปลือกนั้นควบคุมคุณภาพยากกว่าการแปรรูปแบบเปียก เนื่องจากตากแห้งยากกว่า และอาจเป็นที่มาของกลิ่นหมักเปรี้ยว (over ferment) ได้หากดูแลไม่ทั่วถึง


บทความที่เกี่ยวข้อง
จากจุลินทรีย์สู่ถ้วยโปรด ยีสต์เปลี่ยน "เมือกกาแฟ" ให้เป็น "กลิ่นหอมได้อย่างไร?
เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมกาแฟบางแก้วถึงมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ป่า หรือรสสัมผัสที่สดชื่นเหมือนผลไม้เมืองร้อน ทั้งที่มันก็คือเมล็ดกาแฟเหมือนกัน?
พื้นฐานการแปรรูป3 พื้นฐานการหมัก
Fermentation ถ้าเข้าใจจริงก็จะเข้าถึงความงาม การแปรรูปกาแฟมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนงานศิลปะที่ต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคประกอบกับทัศนะเกี่ยวกับความงามของผู้แปรรูป
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy