แชร์

พื้นฐานการแปรรูป3 พื้นฐานการหมัก

อัพเดทล่าสุด: 21 ต.ค. 2025
709 ผู้เข้าชม

พื้นฐานการแปรรูป3 พื้นฐานการหมัก

Fermentation ถ้าเข้าใจจริงก็จะเข้าถึงความงาม

การแปรรูปกาแฟมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนงานศิลปะที่ต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคประกอบกับทัศนะเกี่ยวกับความงามของผู้แปรรูป
การหมักหรือ Fermentation เป็นเทคนิคหรือเครื่องมือที่นักแปรรูปอาศัยมันเพื่อสร้างรสชาติหรือสีสันให้แก่กาแฟครับ เมื่อเราแต้มสีลงไปก็เกิดเป็นภาพขึ้นมา ภาพบางสไตล์ไม่จำเป็นต้องลงสีมาก ในขณะที่บางสไตล์ก็อาจต้องใช้เนื้อสีมากหน่อย แต่หากคนวาดไม่มีความเข้าใจหรือไม่มีความแม่นยำในการลงสี ภาพก็เละเทะ สีเปรอะสีเน่าไปได้เหมือนกัน
มารู้จัก Fermentation กันครับ

----

การหมัก คือกระบวนการทางชีวเคมีภายในเซลล์เพื่อสร้างพลังงานจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ หรือพูดง่ายๆก็คือ การที่เซลล์ของจุลินทรีย์เปลี่ยนน้ำตาลในอาหารให้กลายไปเป็นพลังงาน และทำให้เกิดผลลัพธ์อื่นๆ ขึ้นพร้อมๆกัน ได้แก่ ความเปรี้ยว ความหวาน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กลิ่นต่างๆ ไปจนถึงแอลกอฮอล์

พูดง่ายๆ อีกครั้งก็คือ หากมีอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล (ซึ่งมีอยู่ในผลไม้และธัญพืชต่างๆ) มีจุลินทรีย์ (ทั่วไปในธรรมชาติ หรือผลิตเตรียมเอาไว้ใช้ในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ) และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม การหมักจะเกิดขึ้น

1. ในการทำกาแฟ Washed Process เราสีเชอร์รี่กาแฟแล้วนำไปหมักน้ำประมาณ 12-24 ช.ม. เพื่อให้แบคทีเรียในน้ำช่วยทำให้เกิด fermentation สลายเมือกกาแฟที่มีสภาพเป็นแป้ง (pectin) ให้กลายเป็นน้ำตาลที่ละลายน้ำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สภาพความเป็นเมือกเหนียวๆ หมดไป หลังจากนั้นก็นำขึ้นตากหรือทำให้แห้งต่อไป

น้ำที่เราใช้หมักเมล็ดและเมือกเหล่านี้จะมีสภาพความเป็นกรดและน้ำตาลมากขึ้นเราเรียกสารประกอบที่เกิดระหว่างนั้นโดยรวมว่า เมตาโบไลต์ (metabolite) ซึ่งจะเกิดกลไกการซึมผ่านหรือแพร่จากนอกเมล็ดเข้าสู่ในเมล็ดได้แทบจะพร้อมๆกับการเกิดขึ้นของสารเหล่านั้น เพราะสภาพเปียกของเมล็ดเอื้ออำนวยให้การซึมผ่านเกิดขึ้นได้สะดวก

เมื่อเมือกละลายหมดพอดี ผู้แปรรูปจะยุติการหมักโดยการนำเมล็ดกาแฟออกจากบ่อหรือถังหมักไปล้างน้ำสะอาดซึ่งก็หมายถึงเมตาโบไลต์ที่อยู่รอบๆ เมล็ดจะถูกล้างออกไปด้วย
มีบางทีเหมือนกันที่การหมักดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเพราะอากาศหนาวเย็นเกินไป ทำให้ระยะเวลาการหมักยืดออกไปนานกว่า 24 ชั่วโมงครับ เราก็อาจจะต้องรอเวลาไปอีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้เมือกละลายหมด


2. ในการทำ Natural หรือ Honey process การเกิด fermentation มักจะใช้เวลานานกว่า washed ครับ เมตาโบไลต์ก็ไม่ถูกล้างออกไปด้วยเพราะไม่มีการใช้น้ำล้างออก
กลไกการเกิด fermentation ในกรณ๊นี้จะไม่ได้เกิดแค่ในถังหมักเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดต่อเนื่องไปถึงช่วงที่อยู่บนลานตากหรือแคร่ตากด้วย
ดังนั้นเมตาโบไลต์ที่มีทั้งความเปรี้ยวจากกรด ความหวานจากน้ำตาล และรสชาติหรือกลิ่นอื่นๆ จะมีเวลาซึมผ่านเข้าสู่เมล็ดได้นานกว่า washed และเกิดเป็นสารตั้งต้นที่จะเกิดรสชาติต่อไป

กาแฟ Natural และ Honey จึงมีรสชาติที่เข้มข้น จัดจ้านมากกว่า washed ได้เพราะเหตุนี้ครับ

-----------

เข้าใจเรื่องความเน่า ก็จะไม่หมักแล้วพัง

Fermentation ไม่ได้ให้แต่กลิ่นรสที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังให้กลิ่นรสที่แย่ได้ด้วยครับ มันเป็นดาบสองคมเหมือนกัน หากเราหมักดีกาแฟก็จะให้กลิ่นรสดี แต่ถ้าหมักไม่ดี กลิ่นรสแย่ๆ ก็จะติดอยู่ในกาแฟ

เอาเป็นว่ามี "หมักดี" (Good Fermentation) และ "หมักเสีย" (Bad Fermentation) ครับ

ยังไงทุกคนคงอยากหมักดีกันทั้งนั้น แต่ว่าแบบไหนคือหมักดีล่ะ?
พูดแบบกำปั้นทุบดินครับ หมักดี ก็คือด้านตรงข้ามกับหมักเสีย
ถ้าหากรู้ว่าแบบไหนคือหมักเสีย เราก็จะเข้าใจว่าแบบไหนคือหมักดีได้ง่ายขึ้นหรือเห็นภาพชัดขึ้น

แค่ระมัดระวังไม่ให้เกิด bad fermentation ก็จะได้ good fermentation เองครับ

------

#การหมักเสียก็คล้ายๆกับการเน่าเสียของอาหาร และมันสามารถรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยของมนุษย์

เราทุกคนต่างก็คุ้นเคยกับอาหารเน่าเสียที่เกิดในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ข้าวบูด ส้มเน่า เนื้อเน่า ขนมปังขึ้นรา ฯลฯ กลิ่นรสของมันจะมีเอกลักษณ์มากและเราก็รู้สึกไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้อาหารเหล่านี้ใช่ไหมครับ

นั่นเป็นเพราะเรามีสัญชาตญาณระวังภัยเป็นตัวสร้างความไม่สบายใจเมื่อได้กลิ่นหรือรสชาติแบบนี้ หากกินไปคงต้องท้องเสียหรืออาจถึงตายได้ สัญชาตญาณเป็นสิ่งที่สั่งสมมายาวนานนับล้านปีส่งต่อมาทาง DNAs ของเผ่ามนุษย์

ดังนั้น เอาจริงแล้วเราสามารถใช้สัญชาตญาณระวังภัยนี้เป็นเครื่องมือบอกคุณภาพ และระดับปัญหาของการหมักได้เหมือนกัน ถ้าหมักไม่ดีกลิ่นรสมันจะออกไปทางของบูดของเสีย ดมแล้วรู้สึกไม่โอเค

ไม่ต้องรอเครื่องวัดแยกสารประกอบอะไรมากมาย แค่ดมแล้วชวนให้คลื่นเหียน หรือได้กลิ่นอับคล้ายกลิ่นรา เราก็บอกได้แล้วว่าการหมักนี้มีปัญหา บางทีรสเปรี้ยวแหลมอาจจะมาพร้อมกลิ่นสาบกลิ่นฉุนก็แสดงว่ามีความเสี่ยงของ over fermentation หรือหมักเกิน เป็นต้น

---------

สมการความเน่าเสีย
อย่างที่ผมเล่าไปแล้วข้างต้นว่าการหมักในกาแฟส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ ความชื้นและการย่อยสลายของน้ำตาลในเมือกกาแฟ โดยจุลินทรีย์ เช่น ยีสต์และแบคทีเรีย
สิ่งนี้ทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติใหม่ๆ ในกาแฟ
ถ้า ควบคุมได้ดี จะได้ รสชาติเฉพาะตัวและคุณภาพดี
ถ้า ควบคุมไม่ได้ อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือรสแปลกปลอม
ดังนั้นเราอาจจะให้สมการการหมักอย่างง่ายๆ ตามแต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้คือ
การหมัก = ต้องมี จุลินทรีย์ + อาหาร (น้ำตาลในเมือก) + ความชื้น + ความร้อน + เวลา

การหมักจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ

1. ความร้อน: อุณหภูมิสูง = หมักเร็ว ทุกอย่างจะด

2. ความชื้น: สูง = จุลินทรีย์เจริญดี

ประเด็นสำคัญยังอยู่ตรงที่ "ความร้อน" ที่เกิดจากการหมักด้วย เพราะมันสามารถเป็นตัวเร่งสภาวะการหมักให้เกิดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างเกษตรกรที่เก็บเชอร์รี่ลงกระสอบแล้ววางไว้ข้ามวันหรือสองวัน ความร้อนที่เกิดในกระสอบจะสะสมอยู่ภายในกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการหมักให้เกิดได้เร็วกว่าเชอร์รี่ที่เก็บพร้อมกันแต่ไม่ถูกบ่มอยู่ในกระสอบ

เอาไว้ตอนหน้าเรามาคุยลึกถึงหัวใจของการหมักให้ได้คุณภาพสูงกันนะ ทั้งเรื่อง Aerobic และ Anaerobic fermentation เจาะลึกกันเลย

ยิ่งเรียนยิ่งสนุกใช่มั้ยครับ? ผมคิดว่าเขียนแบบอธิบายแบบนี้น่าจะช่วยให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มากมายก็เข้าใจได้
ว่าแต่...ผมเขียนไปทำไมนะ?

บทความนี้เขียนเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนที่จะนำไปงานในชีวิตจริงครับ คือเกษตรกรทั่วไป

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
อินโฟกราฟิกอธิบายกระบวนการ Honey Process การแปรรูปกาแฟแบบผสมผสาน
กระบวนการแปรรูปที่หวานตั้งแต่ชื่อ หลังจากที่ได้พูดถึงกระบวนการแบบเปียก (Wash process) และแบบแห้ง (Dry process) กันไปแล้ว
พื้นฐานการแปรรูปกาแฟ: เจาะลึกขั้นตอนผลิตสารกาแฟคุณภาพ (ตอนที่ 2)
เจาะลึกเบื้องหลังการผลิตสารกาแฟคุณภาพ ตั้งแต่การดูแลต้นอราบิก้า การเก็บเกี่ยวแบบ Hand-picking ไปจนถึงเทคนิคการแปรรูป Washed, Honey, Dry และ Anaerobic เพื่อเป้าหมาย Clean Cup ที่ยั่งยืน
อินโฟกราฟิกอธิบาย Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปกาแฟแบบแห้ง
ทำความรู้จัก Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปกาแฟแบบแห้งที่ช่วยสร้างกลิ่นผลไม้ บอดี้สูง และรสชาติเข้มข้น เรียนรู้ขั้นตอนการทำกาแฟ Natural Process โดยโรงคั่วกาแฟปรีดา
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy