แชร์

Roast level ที่เหมาะสมสำหรับการนำเสนอ Fine Robusta

อัพเดทล่าสุด: 16 ม.ค. 2025
2291 ผู้เข้าชม

Roast level ที่เหมาะสมสำหรับการนำเสนอ Fine Robusta
#RoastingTechnique #Robusta
มีคำถามมาว่าจะคั่วโรบัสต้ายังไงให้อร่อย? เพราะหลายคนพยายามคั่วโรบัสต้าให้ฟรุ้งฟริ้งยังไงก็ไม่สำเร็จ กลับจะไปทาง earthy ไม่ค่อยมีรสมีชาติ
บางคนบ่นว่ากลิ่นสาบแรงไปเลยก็มี

บทความนี้ขอเล่าแนวคิดในการคั่วโรบัสต้าของผมนะครับ

----

ปัญหาพื้นฐานคือเรื่องระดับคั่ว
ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ โรบัสต้าคั่วอ่อนมักจะยังไม่ค่อยมีรสมีชาติในขณะที่อราบิก้ามี flavor คือทั้งกลิ่นรสเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นหากต้องคั่วโรบัสต้า ผมจะไม่ค่อยเลือกระดับคั่วอ่อนครับ
ถาม : ทำไมโรบัสต้าคั่วอ่อนถึงมักจะไปไม่ค่อยรอด?
ตอบ : เพราะโรบัสต้าเหมือนเด็กผู้ชายที่โตช้ากว่าเด็กผู้หญิง ในวันที่ผู้หญิงแตกเนื้อสาวแล้ว พวกเขายังเป็นเด็กชายอยู่เลย
คำตอบนี้ฟังดูแปลกนิดนึงนะ แต่มีชุดเหตุผลประกอบในเชิงวิทยาศาสตร์อยู่


----


เปรียบเทียบสารประกอบตั้งต้นกลิ่นรสระหว่างอราบิก้าและโรบัสต้า
1. คาเฟอีน (Caffeine) : ให้รสขม
สารกาแฟอราบิก้ามีคาเฟอีนประมาณ 1.2-1.5% ส่วนโรบัสต้ามีประมาณ 2.2-2.7% ดังนั้นความขมจากคาเฟอีนและความรู้สึก "ดีด" จากคาเฟอีนในโรบัสต้าจึงมีมากกว่า
คาเฟอีนทนความร้อนจึงไม่สลายตัวในระดับอุณหภูมิที่เราคั่วกาแฟ


2. กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acids, CGA) : ช่วงอุณหภูมิปานกลางให้ความขมฝาด ช่วงอุณหภูมิสูงให้ความขมเฝื่อน(แบบคั่วเข้ม)
อราบิก้า มี CGA 5.5-8.0% โรบัสต้ามี CGA 7.0-10.0%

ดังนั้นแนวโน้มที่โรบัสต้าจะให้รสฝาดเฝื่อนจึงมีมากกว่า คั่วอ่อนไปก็ฝาด คั่วเข้มไฟแรงก็จะขมเฝื่อนได้ง่ายกว่า
เราจะหาช่องระดับคั่วที่ขมสวยๆ ไม่ฝาดและไม่เฝื่อนได้มั้ย? ก็แถวๆคั่วกลางหรืออ่อนค่อนกลางขึ้นไปนั่นแหละครับ


3. น้ำตาล (Sugars) : เมื่อเกิดปฏิกิริยา caramelization จะให้ความหวานละมุนของคาราเมล และเกิด acidity โดยกรดที่เกิดจากปฏิกิริยาดังกล่าว
อราบิก้า มี น้ำตาล 6-9% โรบัสต้ามี น้ำตาล 3-7%

อราบิก้าจะเกิด caramelization เร็วกว่าและมากกว่า ดังนั้น acidity และ sweetness จะเกิดก่อน แต่โรบัสต้าต้องรอเวลาไปอีกระยะหนึ่งถึงจะเห็น acidity, sweetness ...รวมไปจนถึง body ที่สัมพันธ์กับ caramelization โดยตรง

ผมได้แนบกราฟแสดงผลการตรวจวัดกรดที่เกิดขึ้นตามระดับความลึกของการคั่ว จะเห็นได้ว่า acidity เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกาแฟผ่านระดับคั่วอ่อนไปแล้ว แต่จะเห็นได้ชัดว่าอราบิก้ามี acid มากกว่าโรบัสต้า

ทั้งเปรี้ยวและหวาน เป็นองค์ประกอบของ flavor ที่สำคัญครับ เราจึงเรียกรวมๆได้ว่า รสชาติจากการคั่วอราบิก้าเกิดเร็วกว่าโรบัสต้า
เหมือนเด็กผู้หญิงจะโตเป็นวัยรุ่นก่อนเด็กผู้ชาย


4. ไขมัน (Lipids) : ให้สารประกอบให้กลิ่น (volatile compounds) จำนวนมาก และให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล
อราบิก้า มี lipids 15-17% โรบัสต้ามี lipids 10.5-11%
โรบัสต้ามีไขมันน้อยกว่าก็เลยให้กลิ่นที่ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าอราบิก้า


------


ถ้าหากต้องคั่ว fine robusta จะเลือกระดับคั่วไหนดี?
สำหรับผม กาแฟที่ดีควรมีความหวาน support มากพอ และถ้าหากมี acidity ที่ดีด้วยก็จะเป็นส่วนเสริมที่ให้สีสันแก่กาแฟ ดังนั้นตัวชี้วัดความดีงามน่าประทับใจจึงอยู่ที่ความหวาน บอดี้ แล้วค่อยไล่ไปที่ acidity ทีหลัง

หาก development time ต่ำกว่า 2 นาที ผมมักจะได้โรบัสต้าที่ยังจืด บอดี้ต่ำ และกลิ่นสาบๆ แบบกลิ่นตัวโรบัสต้ายังมากเกินไป
แต่เมื่อรอเวลาอีกหน่อยให้ development time เกิน 2 นาทีครึ่งไปแล้ว โดยที่ development temperature สูงกว่าคั่วอ่อนทั่วไป(12-15 C) ให้ไปอยู่ที่ 16-17 C เราจะพบความน่าสนใจและน่าประทับใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไอเดียในการใช้ไฟก็คือ "ไม่ใช้ไฟแรงเมื่อผ่านช่วง first crack เพื่อให้กาแฟมีเวลาพัฒนาตัวนานขึ้นโดยที่ไม่ขมไหม้"
กลิ่นแนวดอกกาแฟเริ่มปรากฏ กลิ่นสาบลดลง หรือไม่มีเลย(สำหรับกาแฟโรบัสต้าที่โปรเสสมาดีๆ) มี acidity ขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่หวานนวล ฉ่ำยาวๆ
สำหรับผมแล้วจุดพอดีสวยงามของโรบัสต้าจึงไม่ได้อยู่ที่คั่วอ่อน หากแต่อยู่ที่คั่ว omni ไปจนถึงคั่วกลาง


ขอบคุณที่ติดตามครับ
กี้
15 ม.ค. 68


ขอบคุณข้อมูลประกอบ
1. https://www.compoundchem.com/2018/09/30/arabica-robusta/
2. Clarke, R.J. & Vitzthum, O.G. (2001). Coffee Recent Developments, Blackwell Science Ltd.
3. Pereira, L.L., & Moreira, T.R. (2021). Quality Determinants In Coffee Production, Springer Nature Switzerland AG
----------------------------------
#SimplicityRoasting #คั่วแบบเรียบง่าย #เทคนิคการคั่วกาแฟ #เทคนิคการคั่วโรบัสต้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
คั่วกาแฟก็ต้องคำนึงถึง body ด้วย
ในคอร์สเรียนคั่วที่ปรีดา นักเรียนจะได้ชิมกาแฟฝีมือตัวเองและเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งตัวคั่วอ่อน city roast นี่แหละที่เป็นบทเรียนได้ดีมากๆ
ไอเดียโปรไฟล์คั่วกาแฟ Dry Process แก้ปัญหากลิ่นจัดออกแอลกอฮอล์เกินไป
ปัญหาหนึ่งที่คนคั่วกาแฟพิเศษมักจะเจอตอนคั่วกาแฟ Dry process ก็คือได้กลิ่น ferment โทนผลไม้สุกมามากเกินไป
ขีดจำกัดของ Complexity กับ Maillard phase
พยายามยืด Maillard Phase ให้นานขึ้นเพื่อหวังเพิ่ม Complexity หรือกลิ่นรสซับซ้อน แต่ทำไมผลลัพธ์กลายเป็นทางตรงกันข้าม?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy