แชร์

Honey Process คืออะไร? กระบวนการแปรรูปกาแฟที่หวานตั้งแต่ชื่อจนถึงรสชาติ

อัพเดทล่าสุด: 19 มิ.ย. 2026
14486 ผู้เข้าชม
อินโฟกราฟิกอธิบายกระบวนการ Honey Process การแปรรูปกาแฟแบบผสมผสาน

ในโลกของ Specialty Coffee "กระบวนการแปรรูปกาแฟ" ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกลิ่น รสชาติ และเอกลักษณ์ของกาแฟในถ้วย ไม่แพ้สายพันธุ์กาแฟหรือแหล่งปลูก หลายคนอาจคุ้นเคยกับ Wash Process และ Natural Process ซึ่งเป็นกระบวนการแปรรูปกาแฟที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มคอกาแฟ Specialty Coffee นั่นคือ Honey Process

แม้ชื่อจะมีคำว่า Honey หรือ "น้ำผึ้ง" แต่ในความเป็นจริง Honey Process ไม่ได้มีการเติมน้ำผึ้งลงไปในกระบวนการผลิตแต่อย่างใด ชื่อนี้มาจากลักษณะของเมือก (Mucilage) ที่ยังคงเคลือบอยู่บนเมล็ดกาแฟหลังจากการสีเปลือกออก ซึ่งมีลักษณะเหนียวคล้ายน้ำผึ้ง

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก Honey Process อย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ความแตกต่างของแต่ละระดับ รวมถึงเหตุผลที่กระบวนการนี้ได้รับความนิยมในวงการกาแฟ Specialty Coffee ทั่วโลก

Honey Process คืออะไร?

Honey Process คือกระบวนการแปรรูปกาแฟแบบกึ่งเปียกกึ่งแห้ง (Semi-Washed Process) ที่ผสมผสานข้อดีของ Wash Process และ Natural Process เข้าไว้ด้วยกัน หลังจากเก็บเกี่ยวผลเชอร์รี่กาแฟแล้ว จะมีการลอกเปลือกและเนื้อผลออกบางส่วน แต่ยังคงเหลือเมือก (Mucilage) ที่หุ้มอยู่รอบกะลากาแฟ จากนั้นจึงนำไปตากแห้งน้ำตาลและสารประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในเมือกจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่เมล็ดระหว่างการตาก ส่งผลให้กาแฟมีความหวานและความซับซ้อนของรสชาติมากขึ้น

จุดเด่นของ Honey Process คือสามารถสร้างสมดุลระหว่างความสะอาดของรสชาติแบบ Wash Process และความหวานเข้มข้นแบบ Natural Process ได้อย่างลงตัว

Honey Process มีขั้นตอนอย่างไร?

1. คัดเลือกผลเชอร์รี่กาแฟที่สมบูรณ์

เริ่มต้นจากการคัดแยกผลกาแฟที่สุกเต็มที่ พร้อมกำจัดผลเสีย ผลดิบ รวมถึงเศษกิ่งไม้และใบไม้ออกจากกระบวนการผลิต

การคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีตั้งแต่ต้นทางเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของกาแฟในขั้นตอนต่อไป

2. ลอยน้ำเพื่อคัดแยกคุณภาพ

ผลเชอร์รี่กาแฟจะถูกนำไปลอยน้ำเพื่อคัดแยกผลที่มีน้ำหนักเบา ฝ่อ หรือมีตำหนิออกจากผลที่สมบูรณ์

ผลกาแฟที่จมน้ำมักมีความหนาแน่นสูงกว่า และมีแนวโน้มให้คุณภาพของเมล็ดที่ดีกว่า

3. ล้างทำความสะอาดผลเชอร์รี่

หลังการคัดแยก จะมีการล้างผลกาแฟเพื่อลดสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของกาแฟในระหว่างการแปรรูป

4. สีเปลือกและเนื้อผลออก (De-pulping)

ผลกาแฟจะถูกส่งผ่านเครื่องสีเพื่อแยกเปลือกและเนื้อผลออก

สิ่งที่เหลืออยู่คือเมล็ดกาแฟที่ยังมีกะลา (Parchment) และเมือก (Mucilage) เคลือบอยู่ ซึ่งเมือกส่วนนี้เองที่เป็นที่มาของชื่อ Honey Process

5. การตากแห้ง

หลังจากสีเปลือกออกแล้ว เมล็ดกาแฟจะถูกนำไปตากบนลานตากหรือ Raised Bed

ในบางพื้นที่อาจมีการหมักเพิ่มเติมก่อนนำขึ้นตาก เพื่อเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติ

ระหว่างการตาก น้ำตาลจากเมือกจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่เมล็ด ทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Honey Process

Honey Process มีกี่ประเภท?

ปริมาณเมือกที่เหลืออยู่บนเมล็ดก่อนการตาก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ โดยทั่วไป Honey Process สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับหลัก

Yellow Honey

เป็นระดับที่มีเมือกเหลืออยู่ในปริมาณปานกลาง

ลักษณะเด่น

  • กลิ่นรสสะอาด
  • ความเปรี้ยวสดใส
  • บอดี้เบา
  • ดื่มง่าย

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟที่มีความสดชื่นและชัดเจนของรสชาติ

Red Honey

มีปริมาณเมือกมากขึ้น

ลักษณะเด่น

  • ความหวานเพิ่มขึ้น
  • บอดี้ปานกลาง
  • มีความสมดุลระหว่างความเปรี้ยวและความหวาน
  • รสชาติซับซ้อนมากขึ้น

ถือเป็นระดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการ Specialty Coffee

Black Honey

มีปริมาณเมือกเหลืออยู่มากที่สุด

ลักษณะเด่น

  • ความหวานสูง
  • บอดี้แน่น
  • กลิ่นหอมเข้มข้น
  • ให้มิติของรสชาติที่ซับซ้อน

กระบวนการนี้ต้องอาศัยการควบคุมอย่างละเอียด เพราะมีความเสี่ยงต่อการหมักเกินและการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ได้ง่าย

Honey Process ให้รสชาติแบบไหน?

กาแฟ Honey Process รสชาติเป็นอย่างไร?

โดยทั่วไป Honey Process มักให้ลักษณะรสชาติที่โดดเด่นดังนี้

  • ความหวานคล้ายน้ำผึ้ง
  • กลิ่นผลไม้สุก
  • กลิ่นผลไม้แห้ง
  • คาราเมล
  • น้ำตาลทรายแดง
  • บอดี้นุ่มและมีความหนาแน่นมากกว่า Wash Process

หลายคนมองว่า Honey Process เป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง Wash Process และ Natural Process เพราะยังคงความสะอาดของรสชาติไว้ได้ แต่เพิ่มความหวานและความซับซ้อนมากขึ้น

Honey Process แตกต่างจาก Wash Process และ Natural Process อย่างไร?

Honey Process vs Wash Process

Wash Process

  • รสชาติสะอาด
  • ความเปรี้ยวชัดเจน
  • บอดี้เบา

Honey Process

  • หวานมากขึ้น
  • บอดี้มากขึ้น
  • มีความซับซ้อนของรสชาติสูงกว่า

Honey Process vs Natural Process

Natural Process

  • หวานจัด
  • กลิ่นผลไม้เข้มข้น
  • มีโอกาสเกิดกลิ่นหมักได้มากกว่า

Honey Process

  • หวานแต่ยังคงความสะอาด
  • กลิ่นหมักน้อยกว่า
  • ควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่าในบางสภาพแวดล้อม

ทำไม Honey Process ถึงได้รับความนิยมในวงการ Specialty Coffee?

Honey Process เป็นหนึ่งในกระบวนการแปรรูปที่ช่วยสะท้อนศักยภาพของเมล็ดกาแฟได้อย่างน่าสนใจ เพราะสามารถดึงทั้งความหวาน ความซับซ้อน และเอกลักษณ์ของแหล่งปลูกออกมาได้อย่างสมดุล

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นเรียนรู้โลกของ Specialty Coffee การได้ลองชิมกาแฟ Honey Process ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสความแตกต่างของกระบวนการแปรรูปกาแฟ และเข้าใจว่าทำไมรายละเอียดเล็ก ๆ ในขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยว จึงสามารถเปลี่ยนรสชาติของกาแฟในถ้วยได้อย่างน่าทึ่ง

อยากสัมผัสความแตกต่างของ Honey Process ด้วยตัวเอง?

แม้จะเป็นเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกเดียวกัน แต่กระบวนการแปรรูปสามารถสร้างเอกลักษณ์ด้านกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน PREDA Roasting House คัดสรรเมล็ดกาแฟ Specialty Coffee จากแหล่งปลูกคุณภาพ พร้อมกาแฟ Honey Process และ Process พิเศษอื่น ๆ ที่ช่วยถ่ายทอดศักยภาพของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ ชมสินค้า : https://www.preda-roastinghouse.com/category/938/specialty-coffee


บทความที่เกี่ยวข้อง
การทำ Yeast Process เป็นการแต่งกลิ่นหรือไม่?
การหมักกาแฟก็คือการแปรรูปอาหารอย่างหนึ่ง ไม่ต่างจากการหมักไวน์ หมักโยเกิร์ต หรือหมักซีอิ๊ว
แนวทางป้องกันการเกิดราในการผลิตกาแฟ (2)
คำถามที่ถามกันมาตลอดก็คือ รา ยีสต์ แบคทีเรีย นี่มันต่างกันยังไง?
คาติมอร์ รสชาติไม่ดีจริงหรือ? เปิดมุมมองใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ "กาแฟพันธุ์อึด"
“ทนโรค...แต่ไม่อร่อย” คือประโยคตัดสินที่สายพันธุ์ คาติมอร์ (Catimor) มักจะได้รับอยู่เสมอ แต่ในโลกของกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) วันนี้ คำพูดนี้ยังเป็นจริงอยู่หรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเราแค่ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของมันดีพอ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy