แชร์

พื้นฐานการแปรรูปกาแฟ: เจาะลึกขั้นตอนผลิตสารกาแฟคุณภาพ (ตอนที่ 2)

อัพเดทล่าสุด: 19 ม.ค. 2026
1078 ผู้เข้าชม

อ่านบทที่1 คลิก


พื้นฐานการแปรรูปกาแฟ2

สารกาแฟคุณภาพ : ผลลัพธ์จากความใส่ใจทุกขั้นตอน 

ความรู้ความเข้าใจ และความพยายามเพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายที่หวังกัน ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Cup Quality หรือ คุณภาพของกาแฟในถ้วย

ตรงนี้ผมอยากจะขอเน้นนิดนึงเรื่องของการวางเป้าหมายในงานของชาวสวนกาแฟครับ คืออยากให้ผู้ผลิตคิดถึงคนกินที่จะได้ทานกาแฟของเราเอาไว้ให้มาก กาแฟที่ดีต่อกายและใจของผู้บริโภคคือความยั่งยืนของเรา ถ้าเขากินแล้วชีวิตดี กิจการปลูกกาแฟของเราก็จะดีงามตามไปด้วย

mind set นี้จะแตกต่างออกไปเลยกับวิธีคิดเพียงแค่ผลิตสารเสร็จ มีโรงงานหรือโรงคั่วมารวบรวมกาแฟของเราไป เคลียร์เงินแล้วก็จบ ความรู้สึกและความใส่ใจที่เกิดขึ้นจะไม่เหมือนกับการพยายามทำงานให้ดีที่สุดเพื่อใครสักคนได้เติมเต็มพลังชีวิต
ประเด็นถัดมาคือ การตระหนักว่าการจะได้มาซึ่งสารกาแฟคุณภาพดีนั้นต้องอาศัย คุณภาพที่ดีในการทำงานทุกขั้นตอนต่อเนื่องกันไป ความเสียหายหรือไม่สะอาดที่เกิดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะกลายเป็นตำหนิหรือความบกพร่องแสดงตัวอยู่ในสารกาแฟของเรา

ดังนั้นหากต้องการสารกาแฟที่ดีงาม เราจึงต้องใส่ใจพิถีพิถันต่อทุกจุดในการทำงานตั้งแต่ ปลูก เก็บเกี่ยว คัดแยก ลอยล้าง สี หมัก ตาก บ่ม และจัดเก็บ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ถ้าหากรู้อย่างถูกต้องแล้วก็ทำได้ทุกคน ไม่ยากเลยครับเพียงแต่ที่ผ่านมานั้นองค์ความรู้ในการจัดการเรื่องโปรเสสของเรานั้นยังค่อนข้างกระจัดกระจายอยู่คนละทิศละทางไม่ค่อยเป็นระบบหรือถูกทำให้เห็นเป็นภาพใหญ่เดียวกันจริงๆ

----

ภาพรวมของกระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟ

1.การปลูกและดูแลต้นกาแฟ

ต้นกาแฟอราบิก้าซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมสำหรับกาแฟคุณภาพสูง ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-2,000 เมตร (บ้านเราอย่างมากก็ 1,700 เมตร) ซึ่งจะช่วยให้ต้นกาแฟเติบโตช้าและสะสมสารอาหารได้มาก ส่งผลให้มีรสชาติซับซ้อนมากขึ้น
การดูแลต้นกาแฟประกอบด้วย

การเลือกพื้นที่ปลูกที่มีดินอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี มีปริมาณแสงที่เพียงพอแต่ก็ไม่มากจนเกินไป

การเพาะต้นกล้าอย่างถูกวิธี เพื่อให้ต้นกาแฟเติบโตได้อย่างดีมีระบบรากที่แข็งแรงในระยะยาว ต้นกาแฟที่เพาะกล้าดีตั้งแต่แรกจะมีโอกาสเติบโตให้ผลผลิตดีมากกว่า
การวางระบบแปลงปลูกที่เหมาะสม ไม่ปลูกต้นกาแฟชิดกันจนเกินไป (ควรห่างกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร)

การบำรุงดิน เกษตรกรต้องรู้จักการวิเคราะห์ดินในพื้นที่ปลูกและเติมสารอาหารที่จำเป็น หรือรู้จักการปรับสภาพ pH ของดินเพื่อให้อยู่สภาวะที่ระบบรากสามารถนำสารอาหารขึ้นไปเลี้ยงยังต้น ใบ และผลได้ การใช้พืชคลุมดินลดการสูญเสียความชื้นของหน้าดิน การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อช่วยตรึงไนโตรเจนเอาไว้แก่ดิน

การเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน เช่นเอาเศษวัสดุ เศษไม้ ไปวางเอาไว้ในสวนกาแฟบ้างก็เป็นวิธีเพิ่มอาหารให้ดินแบบง่ายที่ได้ผลดีมาก อยู่ไปสักพักไส้เดือนก็จะมาอยู่ด้วยแล้วช่วยย่อยสลายและพรวนดินทำให้ดินมีอากาศเพิ่มและระบายน้ำได้ดี
ที่จริงเพียงแค่การเข้าสวนไปตัดหญ้าแทนการใช้ยาฆ่าหญ้า ก็เป็นการช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุได้มากๆแล้ว

การควบคุมศัตรูพืชและโรคด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การทำความสะอาดสวนหลังเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ปล่อยให้เป็นอาหารของมอด หรือหากจำเป็นก็อาจมีการใช้สารเคมี การดูแลให้ต้นกาแฟไม่อยู่ในที่อับลมหรือชื้นแฉะมากๆก็ช่วยให้ต้นกาแฟแข็งแรง ทนต่อโรคต่างๆที่จะเข้ามาโจมตีได้

การตัดแต่งกิ่งเพื่อลดกิ่งภาระลง ทำให้ต้นสามารถนำพลังงานไปใช้สร้างการเติบโต ออกดอก ออกผลได้เต็มที่ และเพิ่มการระบายอากาศช่วยลดปัญหาโรคที่เกิดจากเชื้อราเช่น แอนแทรคโนส หรือราสนิม

ยังมีรายละเอียดในด้าน Farm Management อีกมากที่เราควรศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ ส่วนนี้ผมจะขอความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในวงการหลายๆ ท่านแล้วนำมาเรียบเรียงกันโดยละเอียดอีกครั้ง

2การเก็บเกี่ยวและคัดเลือกผลกาแฟ

การเก็บเกี่ยวกาแฟมีผลต่อคุณภาพโดยตรง ผลกาแฟต้องถูกเก็บเกี่ยวเมื่อสุกเต็มที่ โดยวิธีการเก็บมี 2 แบบหลัก
1. การเก็บด้วยมือ (Hand-picking): เพื่อเลือกเฉพาะผลที่สุกสมบูรณ์ เหมาะสำหรับกาแฟพิเศษที่ต้องการคุณภาพสูง
2. การเก็บโดยเครื่องจักร: ใช้สำหรับการผลิตในปริมาณมาก แต่ผลที่ได้อาจมีคุณภาพหลากหลาย

บ้านเราใช้วิธีการเก็บด้วยมือเป็นหลักครับ ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่การบริหารจัดการแรงงานที่ทำการเก็บ ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะเลือกเก็บกาแฟสุกเท่านั้นมาลงในกระสอบ ความพิถีพิถันของคนทำงานเก็บจะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มมูลค่าให้งานโปรเสสได้
หลังการเก็บเกี่ยว ผลกาแฟจะถูกนำมาคัดแยกเอาผลไม่สุก ผลสุก ผลสุกจัดและผลเน่าออกจากกัน แล้วทำการแยกกลุ่มไปล้างทำความสะอาดและลอยน้ำเพื่อแยกผลเบาออกจากกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง

การแยกกลุ่มกาแฟดี-ด้อย คุณภาพออกจากกันก่อนไปสู่การหมักและตาก จะช่วยให้เราบริหารจัดการได้เหมาะสมขึ้น อย่างเช่น กาแฟที่สุกจัดคือมีการหมักโดยธรรมชาติเกิดถึงระดับหนึ่งแล้วไม่จำเป็นต้องเอาไปหมักในถัง อาจจะสามารถนำไปล้างแล้วตากได้เลย ในขณะที่กาแฟสุกพอดีก็ยังใช้หมักสร้างกลิ่นรสต่อไปได้

ในโลกความเป็นจริง เราทำทั้งกาแฟพิเศษและกาแฟคอมเมอเชียลไปพร้อมๆ กันได้ เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าเชอรี่ที่เก็บมาถึงโรงโปรเสสมีความหลากหลาย เมื่อคัด จัดกลุ่มแล้วแยกกันทำงานอย่างถูกต้องแล้วก็จะไม่เกิดความสูญเสีย เช่นของดีไม่ถูกทำให้กลายเป็นของด้อยเพราะไปอยู่ปะปนกัน

-------

การแปรรูปเมล็ดกาแฟ: ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการสร้างรสชาติ

การแปรรูปเมล็ดกาแฟคือขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อกลิ่นรสและคุณภาพโดยรวม โดยกระบวนการแปรรูปแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
1 แบบล้าง (Washed Process)
กระบวนการนี้เป็นที่นิยมสำหรับการผลิตกาแฟที่มีกลิ่นรสสะอาด ขั้นตอนประกอบด้วยการนำผลกาแฟมาล้าง ลอยแยกผลเบาและหนักออกจากกัน นำไปสีเปลือก หมักน้ำ เพื่อสลายเมือก ก่อนจะล้างอีกครั้งและตากให้แห้ง
ข้อดี: ให้รสชาติที่สะอาดและสมดุล และกลิ่นรสธรรมชาติของเมล็ดกาแฟเด่นชัด
ข้อเสีย : ใช้น้ำปริมาณมาก

2. แบบฮันนี่ (Honey Process)
ในกระบวนการนี้จะมีการสีเปลือกออก แต่ยังคงเมือกไว้บางส่วนก่อนนำไปตากแห้ง เมือกที่เหลือจะช่วยเพิ่มความหวานและกลิ่นรสที่ซับซ้อน
ข้อดี : กาแฟ Honey process จะมีกลิ่นรสที่ซับซ้อนและหวานเป็นเอกลักษณ์
ข้อเสีย : เพราะเมือกที่อยู่บนลานตากจะค่อนข้างเหนียวทำให้การพลิกกลับกาแฟในระหว่างทำได้ยากจนเกิดปัญหาเรื่องความไม่สม่ำเสมอของกาแฟ

3 แบบแห้ง (Dry Process หรือ Natural Process))
การแปรรูปแบบแห้งเป็นวิธีดั้งเดิมที่สุด โดยนำผลกาแฟทั้งเปลือกมาตากแดดจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปสีเปลือกออก
ข้อดี: ให้รสชาติที่เข้มข้นและผลไม้ชัดเจน และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด
ข้อเสีย : การตากแห้งมักจะใช้เวลานาน ทำให้ปัจจัยสภาพลมฟ้าอากาศในช่วงที่ทำการตากส่งผลกระทบเชิงคุณภาพได้มาก

----

การหมักพิเศษแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic Fermentation)

เป็นกระบวนการใหม่ที่เน้นการหมักในสภาพไร้ออกซิเจน โดยใช้ถังหมักที่ควบคุมอุณหภูมิและตัวแปรต่างๆ กระบวนการนี้ช่วยสร้างกลิ่นรสใหม่ที่โดดเด่น การหมักแบบนี้ทำได้ทั้งกับ Honey และ Dry โดยจะนำกาแฟไปหมักจนถึงระดับหนึ่งจึงนำออกไปทำการตาก
ข้อดี : เพิ่มความแปลกใหม่และซับซ้อนในกลิ่นรส
ข้อเสีย : อาจหมักไม่ถูกต้อง กลายเป็นกลิ่นรสในเชิงลบ

----------

CleanCup

CLEAN CUP คือหัวใจของกาแฟพิเศษซึ่งเราอาจจะระบุคุณลักษณะของ Clean Cup ได้ง่ายๆ ตรงไปตรงมาได้ 3 ประการครับ
1. ไม่มีกลิ่นรสแย่ๆ
2. ปลอดภัย รับประทานได้ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย
3. มีกลิ่นรสที่น่าสนใจ : ข้อนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจาก 2 ข้อแรก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความนิยมชมชอบ และราคาของสารกาแฟเหล่านั้น
กาแฟดีต้องอยู่บนพื้นฐานของความสะอาดปลอดภัยซึ่งก็มักจะให้กลิ่นรสที่ดีและสะอาดตามกันไปด้วย กาแฟแบบนี้กินได้สบายปากสบายคอ ไม่อึดอัด หรือรู้สึกว่าต้องฝืนดื่มครับ

ขั้นตอนสำคัญที่กำหนด Clean Cup ก็คือขั้นตอนการแปรรูป หรือ Coffee Processing นี่เอง

----

GOOD GREEN BEAN สารกาแฟที่ดี

ก่อนจะเข้าสู่เทคนิคใดๆของการโปรเสส เราควรเข้าใจเป้าหมายของการทำงานซึ่งก็คือการทำให้ได้มาซึ่งสารกาแฟเสียก่อนว่า ยังไงถึงเรียกว่า Good green bean?
ลักษณะของสารกาแฟที่ดี ที่ตรวจสอบเบื้องต้นได้เลย
1. มีสีสันและลักษณะทางกายภาพปกติตามธรรมชาติของโปรเสสนั้นๆ
2. กลิ่นปกติ ดมแล้วไม่รู้สึกเหม็นหรือคล้ายของเสีย
3. มีตำหนิ (Defects) ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน
4. สารกาแฟมีความชื้นเมล็ดอยู่ระหว่าง 9-12% ซึ่งเป็นเกณฑ์ซื้อขายทั่วไปและเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมในการเก็บรักษา
5. มีความหนาแน่นมากพอ โดยทั่วไปควรมีน้ำหนักเกิน 640 กรัมต่อปริมาณ 1 ลิตร
หากสารกาแฟในกระสอบมีครบถ้วนทั้ง 5 ข้อนี้ ก็เรียกเป็นสารกาแฟคุณภาพดีได้ครับ แต่อันที่จริงแล้วยังมีบางกรณีที่ดูกายภาพของกาแฟแล้วก็เหมือนไม่มีปัญหาอะไรแต่พอคั่วชิมแล้วปรากฏว่ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์โผล่ขึ้นมา จึงกลายเป็นความจำเป็นที่เราต้องมีการทดสอบชิมเข้ามาร่วมด้วยเสมอนั่นเอง

----

บทสรุป
กาแฟที่ดีคือผลลัพธ์ของการเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกจนถึงการชง โดยเฉพาะในระหว่างของการปลูกและโปรเสสนั้นมีอิทธิพลที่กำหนดคุณภาพของกาแฟเป็นอย่างมาก อ่านบทที่3 ต่อได้ที่ คลิก

ซึ่งความรู้ที่ถูกต้องและความตั้งใจที่จะทำมันให้ได้ เป็นหัวใจสำคัญครับ
เขียนยาวมากแล้ว ขอพักก่อนนะครับ งานวิชาการก็อย่างนี้แหละ เขียนสั้นๆไม่เคยได้

ขอบคุณครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ᴡᴀsʜᴇᴅ ᴘʀᴏᴄᴇss หรือ ᴡᴇᴛ ᴘʀᴏᴄᴇss กระบวนการแบบเปียก
เป็นกระบวนการแปรรูปที่นิยมทำมากที่สุด ทำง่ายและให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอที่สุด ไปดูขั้นตอนต่างๆในกระบวนการ Washed Process กันค่ะ
อินโฟกราฟิกอธิบาย Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปกาแฟแบบแห้ง
ทำความรู้จัก Dry Process หรือ Natural Process กระบวนการแปรรูปกาแฟแบบแห้งที่ช่วยสร้างกลิ่นผลไม้ บอดี้สูง และรสชาติเข้มข้น เรียนรู้ขั้นตอนการทำกาแฟ Natural Process โดยโรงคั่วกาแฟปรีดา
เบื้องหลังงานโปรเสสของปรีดา
เบื้องหลังงานโปรเสสของปรีดาทำไมปรีดาโปรเสสใช้คนเยอจัง? คลิปนี้เป็นคำอธิบายส่วนหนึ่งครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy