Strawberry Field vs Air ต่างกันอย่างไร | Preda

Strawberry Field กับ Strawberry Field Air ต่างกันอย่างไร?
Strawberry Field และ Strawberry Field Air เป็นกาแฟจากไร่เดียวกันที่ดอยผักกูด แม่ฮ่องสอน คั่วโดย Preda Roasting House (ลำปาง) ใช้ฐานกระบวนการเดียวกันคือ Yeast Dry Process x LTLH Drying แต่รุ่น Air เพิ่มเทคนิคควบคุมแรงดันอากาศด้วย air lock ระหว่างหมัก ทำให้ยีสต์ทำงานนิ่งขึ้น รสจึงเปลี่ยนจากโทนเคปกูสเบอร์รี่-แอปเปิลเขียว เป็นแอปเปิลแดง-สับปะรดที่หวานฉ่ำกว่า
Strawberry Field กับ Strawberry Field Air มาจากไร่เดียวกันจริงไหม?
ใช่ ทั้งสองล็อตปลูกในไร่เดียวกันที่ดอยผักกูด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ความสูง 1,200–1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล และคั่วโดยทีมเดียวกันที่ Preda Roasting House จังหวัดลำปาง
ทั้งสองตัวเริ่มต้นจากฐานกระบวนการเดียวกันคือ Yeast x Dry Process ร่วมกับเทคนิคการตากแบบ LTLH (Low Temperature Low Humidity Drying) ซึ่งควบคุมอุณหภูมิอากาศให้ต่ำกว่า 40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 30–60% เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นเสียจากการหมักเกิน จึงไม่ใช่กาแฟคนละตัวที่บังเอิญตั้งชื่อคล้ายกัน แต่เป็นล็อตพี่น้องที่แยกทางกันตรงขั้นตอนการหมักขั้นตอนเดียว
เทคนิค Air Lock ในรุ่น Air คืออะไร ทำงานอย่างไร
จุดต่างของ Strawberry Field Air อยู่ที่การควบคุม “อากาศ” ระหว่างการหมัก ทีมโปรเซสของ Preda ปรับสัดส่วนอากาศต่อวัตถุดิบต่อยีสต์ตั้งต้น แล้วติดตั้ง air lock เข้าไปในถังหมัก เพื่อคุมแรงดันอากาศภายในให้สมดุลตลอดกระบวนการ
ผลลัพธ์คือยีสต์ทำงานในสภาวะที่นิ่งและสม่ำเสมอกว่าการหมักแบบปล่อยอากาศตามธรรมชาติของรุ่นต้นตำรับ ทีมงานอธิบายเป้าหมายของเทคนิคนี้ไว้สั้น ๆ ว่าเพื่อให้ “ยีสต์ไม่เครียด” ซึ่งเป็นการปรับสภาพแวดล้อมในถังหมักเพียงจุดเดียว ไม่ได้เปลี่ยนไร่ สายพันธุ์ หรือระดับคั่วแต่อย่างใด
รสชาติของสองตัวต่างกันตรงไหน
Strawberry Field (ต้นตำรับ) ให้กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ เคปกูสเบอร์รี่ และแอปเปิลเขียว บอดี้เบา สะอาด หวานทิ้งท้ายยาว ส่วน Strawberry Field Air ให้กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ แอปเปิลแดง และสับปะรด กรดนุ่มกว่าและสมดุลดี
ความหอมของสตรอว์เบอร์รี่ในกาแฟส่วนใหญ่มาจากสารระเหยกลุ่มเอสเทอร์ (เช่น ethyl butanoate, ethyl hexanoate) ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างการหมัก ยิ่งควบคุมสภาวะการหมักให้นิ่งและสม่ำเสมอมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลต่อสัดส่วนของเอสเทอร์แต่ละตัวที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลทางเคมีที่อยู่เบื้องหลังความต่างของโทนผลไม้ระหว่างสองรุ่นนี้
ราคา ขนาด และวิธีชงต่างกันไหม
ทั้งสองตัวอยู่ในช่วงราคาเดียวกันคือประมาณ ฿350–฿1,400 ขึ้นอยู่กับขนาดที่เลือก (100g / 200g / 500g) และคั่วอ่อนระดับ Light Roast เหมือนกัน โดยรุ่น Air ไม่ได้ตั้งราคาสูงกว่าต้นตำรับ แม้ใช้เทคนิคหมักที่ควบคุมละเอียดกว่าด้านการชง รุ่นต้นตำรับและรุ่น Air แนะนำดริปด้วยน้ำ 90-92°C อัตราส่วนกาแฟต่อน้ำ 1:15 และปรับได้หลายทาง ทั้งดริป เอสเพรสโซ หรือ Iced Drip เพราะโปรไฟล์กรดที่นุ่มกว่าทำให้รองรับการชงร้อนจัดได้ดีขึ้น
ควรเลือกตัวไหนดี
ถ้าชอบความสดใสแบบผลไม้เปรี้ยวอมหวานตรงไปตรงมา อย่างเคปกูสเบอร์รี่และแอปเปิลเขียว Strawberry Field ต้นตำรับตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าชอบความหวานฉ่ำแบบผลไม้สุกและกรดนุ่มกว่า Strawberry Field Air จะเข้าทางมากกว่า และถ้าอยากรู้ว่าการคุมกระบวนการหมักต่างกันแค่จุดเดียวเปลี่ยนรสได้มากแค่ไหน แนะนำให้ลองคู่กันไปเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. กาแฟสองตัวนี้เป็นสายพันธุ์เดียวกันไหม?
สายพันธุ์เดียวกันคือ Bourbon และ Catimor
Q2. LTLH ย่อมาจากอะไร?
LTLH ย่อมาจาก Low Temperature Low Humidity Drying คือการตากกาแฟด้วยอุณหภูมิอากาศต่ำกว่า 40°C และความชื้นสัมพัทธ์ 30–60% เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นเสียจากการหมักเกิน
Q3. ทั้งสองตัวผ่าน อย. หรือยัง?
ผ่านแล้วทั้งคู่ Strawberry Field เลขที่ อย. 52-2-03266-6-0001 และ Strawberry Field Air เลขที่ อย. 52-2-0326-6-6-0035
Q4. ราคาต่างกันไหม?
ราคาช่วงเดียวกันคือ ฿350–฿1,400 ตามขนาด 100g/200g/500g ราคาที่แน่นอนควรตรวจสอบบนหน้าสินค้าอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ
Q5. ซื้อได้ที่ไหน?
สั่งซื้อได้โดยตรงจากหน้าสินค้า Strawberry Field และ Strawberry Field Air บนเว็บไซต์ Preda Roasting House


