Preda Recognized on the World Stage! #เมื่อเราได้เล่าเรื่องของปรีดาในห้องบรรยายกาแฟโลก #WOC2026
อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม

Preda Recognized on the World Stage!
#เมื่อเราได้เล่าเรื่องของปรีดาในห้องบรรยายกาแฟโลก #WOC2026
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ปรีดาได้รับเลือกให้เป็นผู้บรรยายเรื่องราวนวัตกรรมการโปรเสสกาแฟที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วง 10 ปีมานี้ในห้องบรรยาย SCA Lecture Series งาน World of Coffee Bangkok 2026วันนี้ขอนำบรรยากาศการบรรยายมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
----
เราจะเล่าอะไรบ้าง?
หลังจากที่คุณกรณ์ กับ คุณฟูอาดี้ ติดต่อมาให้พี่กี้เป็น Speaker เมื่อเดือนก่อน เราได้คุยกันใน concept เบื้องต้นว่าน่าจะเอาผลงานที่ปรีดาได้ทำมาแล้วในอดีตมาเล่าให้ประชาคมกาแฟโลกได้เป็นความรู้ร่วมกันและได้เห็นว่าเมืองไทยมีพัฒนาการมาค่อนข้างไกลแล้ว ซึ่งงานเด่นๆ ของเราก็น่าจะเป็นเรื่อง LTLH ที่อาจถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะพาให้คุณภาพกาแฟไทยไปได้ไกลส่วนเรื่องที่สองที่น่าจะนับเป็นไฮไลท์ก็คือ Low Caffeine Coffee ที่ปรีดาเริ่มนำเสนอต่อกาแฟโลกว่า #เราสามารถลดคาเฟอีนในกาแฟได้ด้วยการหมัก ซึ่งการที่เรามาลดคาเฟอีนในขั้นตอนนี้แทนที่จะเป็นไปทำกับ green bean ได้ช่วยรักษาคุณภาพของกลิ่นรสเอาไว้ได้มากถึงระดับ specialty เลยทีเดียว
----
เล่ายังไง?
ผมเตรียมสไลด์เอาไว้ 50 หน้า กับคลิปบรรยากาศการทำงาน LTLH เอาไว้ด้วย โดยแบ่งกันนำเสนอกับคุณฟูอาดี้ ผมรับในส่วนเนื้อหาวิชาการ เรื่องราวความเป็นมาเป็นไป ส่วนดี้จะเล่าให้เห็นภาพของขบวนการการถ่ายทอดความรู้เป็น Open Source ออกไปยังเกษตรผ่านโครงการ "Scath ลุยสวน" กระทั่งเกิดการขยายผลในวงกว้างซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกร นักแปรรูปกาแฟที่ทำ LTLH กันแล้วเป็นจำนวนมาก (น่าจะราว 100 ฟาร์ม)Strawberry Field คือตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ในการหมักและตาก LTLH มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มี taste note คาแรคเตอร์ชัดเจน #แบบทำซ้ำได้ เพราะมีแฟนติดตามกาแฟตัวนี้อย่างเหนียวแน่นมากว่า 8 season แล้ว
งั้นเราก็ให้พวกเค้าได้ชิมกาแฟกันด้วยเสียเลย
ส่วนกาแฟ Low Caffeine ที่ผมตั้งชื่อว่า Lowcap นั้น ผมจะเล่าให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีของกระบวนการลดคาเฟอีนในขั้นตอนการหมัก(ก่อนการตาก) แล้วโชว์ผลการทดสอบคาเฟอีนโดยเทคนิค HPLC (High Performance Liquid Chromatography) เปรียบเทียบกับกาแฟที่แปรรูปแบบปกติได้มากน้อยแค่ไหน
แน่นอน งั้นก็ต้องให้เขาชิมอีก
สิ่งที่เราพูดทั้งหมดนั้นจะน่าเชื่อถือแค่ไหนก็อยู่ตรงนี้แหละ ให้ผู้ฟังประจักษ์ด้วยการชิม
ถึงที่สุดแล้ว...เราให้กาแฟเป็นคนบอกเล่าด้วยตัวเขาเอง
----
บรรยากาศห้องบรรยาย
บอกตรงๆ ว่าไม่มีการบรรยายครั้งไหนที่น่าตื่นเต้นเท่าครั้งนี้แล้วครับ คนฟังมาจากหลายประเทศ ล้วนแต่เป็นผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำและนักชิมตัวยงกันทั้งสิ้นเริ่มบรรยาย...ผมพาผู้ฟังย้อนเวลาไปมองภาพบรรยากาศวันเริ่มต้นคิดทำโปรเสสกาแฟเมื่อปี 2017 ของปรีดา ที่มีจุดเริ่มต้นที่อยากทำกาแฟให้มันมี taste note น่าสนใจมากขึ้น จนเมื่อได้ลงมือทำก็เห็นปัญหาต่อมาว่าแค่หมักดีอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะถ้าตากไม่ดี กาแฟก็ทึบและมีปัญหาอื่นๆ ตามมาได้เหมือนกัน
เข้าเนื้อหาส่วนวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง ผู้ฟังหลายคนจดตามจริงจัง ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพในสไลด์ ผมเองยิ่งเล่าก็เลยยิ่งสนุกเองครับ
เมื่อทีมงานเสิร์ฟ STF ผู้ฟังก็ให้สัญญาณกลับมาที่ผู้บรรยายว่า "กาแฟอร่อย"
สบายใจไปเปลาะนึง งั้นไปต่อเรื่อง Low Cap ผมเล่าว่ามีเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคาเฟอีนได้นะ เพียงแต่เราต้องหาสูตรในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานทั้งของเอนไซม์และจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมันต้องเป็นการหมักแบบพิเศษจริงๆ
ผมตั้งโปรเจคท์ทำกาแฟ Low cap ก็เพราะ pain point ของตัวเองที่เริ่มนอนไม่หลับแล้วหากกินกาแฟตอนบ่าย และพอค้นหาข้อมูลงานวิจัยในยุคใหม่ก็เห็นโอกาสที่เป็นไปได้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ
(เสิร์ฟ Low cap)
ผมถามทุกคนในห้องว่า "รสชาติเป็นอย่างไรบ้างครับ? พอไหวมั้ย?" ทุกคนพยักหน้าให้กำลังใจ มีเสียงตอบกลับมาว่า "very good texture"
เวลา 50 นาทีหมดไปอย่างรวดเร็ว
เสียงปรบมือเป็นสัญญาณบอกว่า หน้าที่ของผมกับดี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว!
---------------
ขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนที่อยู่เบื้องหลัง session นี้เป็นอย่างมากครับ ทั้งกรณ์ ฟูอาดี้ น้องโอม Roots ทีมปรีดา (ฟอร์ด, นุก) และผู้ฟังทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตลอดการบรรยาย
บันทึกเอาไว้เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆ ครั้งหนึ่งครับ
กี้
8 May 2026