คาติมอร์ รสชาติไม่ดีจริงหรือ? เปิดมุมมองใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ "กาแฟพันธุ์อึด"
อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 2026
51 ผู้เข้าชม

“ทนโรค...แต่ไม่อร่อย” คือประโยคตัดสินที่สายพันธุ์ คาติมอร์ (Catimor) มักจะได้รับอยู่เสมอ แต่ในโลกของกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) วันนี้ คำพูดนี้ยังเป็นจริงอยู่หรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเราแค่ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของมันดีพอ
จุดเริ่มต้นเพื่อความอยู่รอด
คาติมอร์ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1950 โดยเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง คาทูร่า (Caturra) ที่ให้รสชาติดี กับ Hybrid de Timor ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด เป้าหมายในตอนนั้นไม่ใช่เพื่อรสชาติที่เลิศเลอที่สุด แต่เพื่อ “การอยู่รอด” จากโรคราสนิมที่กำลังระบาดหนักทั่วโลกในประเทศไทย คาติมอร์ถูกส่งเสริมให้ปลูกมานานกว่า 40 ปี ด้วยข้อดีที่ว่าปลูกง่าย แข็งแรง และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ แต่ภาพจำในอดีตกลับกลายเป็นกาแฟรสชาติทึบ มีรสขมท้าย และขาดมิติของกลิ่นหอม นั่นเป็นเพราะในยุคนั้นเรายังมีข้อจำกัดเรื่ององค์ความรู้ในการจัดการและการแปรรูป (Processing)
ปัญหาอยู่ที่ "สายพันธุ์" หรือ "การดูแล"?
ความจริงที่น่าสนใจคือ เมื่อคาติมอร์ได้รับความใส่ใจอย่างถูกจุด รสชาติของมันจะเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์- การจัดการในสวน : เลือกเก็บเฉพาะเชอร์รี่ที่สุกจัด (Full Red Cherry)
- การแปรรูปที่พิถีพิถัน : การหมัก (Fermentation) อย่างเข้าใจ และการตากที่ควบคุมสภาวะอย่างถูกต้อง
- ผลลัพธ์ที่ได้คือ กาแฟที่ หวาน สะอาด และมีกลิ่นผลไม้สด จนแทบไม่เชื่อว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกับกาแฟแมสที่เราเคยดื่ม
SCM Dry Process: ข้อพิสูจน์ว่าคาติมอร์ก็เป็น "กาแฟพิเศษ" ได้
หากใครยังสงสัย ลองดูตัวอย่างกาแฟจาก ปรีดา (Preeda Coffee Roaster) ตัว SCM Dry Process ที่ใช้เชอร์รี่คาติมอร์คัดเกรด มาผ่านกระบวนการ Carbonic Maceration จนได้รสชาติที่ลบภาพจำเดิมๆ ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง- Flavor Profile : มีความเปรี้ยวสว่างแบบแอปเปิ้ลเขียวและองุ่น
- Body : บอดี้เต็มคำ (Full Body) และรสสัมผัสนุ่มนวล
- Aftertaste : หวานยาวนาน (Sweet lingering finish)
คุณภาพไม่ได้หยุดอยู่แค่พันธุกรรม คาติมอร์อาจไม่ใช่สายพันธุ์ที่ "หวือหวา" มาตั้งแต่เกิด แต่มันคือสายพันธุ์ที่มีศักยภาพ (Potential) รอการเจียระไน เพราะสุดท้ายแล้ว กาแฟหนึ่งแก้วจะดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ DNA เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ความใส่ใจ" ตั้งแต่ต้นน้ำที่ไร่กาแฟ จนถึงปลายน้ำในถ้วยของคุณนั่นเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันนี้เราจะมาพูดถึง กระบวนการแปรรูปแบบแห้ง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการแปรรูปแบบดั้งเดิม เป็นที่นิยมในภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำ
กระบวนการแปรรูปที่หวานตั้งแต่ชื่อ
หลังจากที่ได้พูดถึงกระบวนการแบบเปียก (Wash process) และแบบแห้ง (Dry process) กันไปแล้ว
Fermentation ถ้าเข้าใจจริงก็จะเข้าถึงความงาม การแปรรูปกาแฟมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนงานศิลปะที่ต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคประกอบกับทัศนะเกี่ยวกับความงามของผู้แปรรูป


