LTLH หรือ Low Temperature, Low Humidity Drying คือการตากกาแฟในสภาพอากาศเย็นและความชื้นต่ำภายในห้องปิด

ที่สามารถควบคุมสภาวะการตากให้เป็นไปตามที่ต้องการ โดยเราใช้ห้องแอร์ที่มีอยู่แล้วมาปรับปรุงให้กลายเป็นห้อง LTLH ได้


LTLH เป็นการนำเอาแนวคิดของการ Drying สมัยใหม่เข้ามาปรับใช้แทนการตากแบบ traditional เพื่อแก้ปัญหาฝนหลงฤดูที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในยุคหลังอันเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อน


ทีมโรงคั่วกาแฟปรีดาเริ่มค้นคว้าและพัฒนาเทคนิคการตากกาแฟในห้องแบบ LTLH ขึ้นเป็น ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561

โดยทำการสร้างห้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเพื่อใช้ทดลองตากกาแฟProcess แบบต่างๆ ..เราทดลองและเก็บข้อมูลจนแน่ใจว่า

การตากกาแฟภายในห้องนั้นสามารถทำได้ในต้นทุนที่ไม่สูงนัก



ห้องที่ถูกควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้ต่ำอยู่ตลอดเวลา โดยมีกระแสลมพัดผ่านกาแฟอย่างทั่วถึงสามารถใช้ลดความชื้นกาแฟลง

จนกระทั่งแห้งสนิทถึงระดับความชื้น 12%



ยิ่งไปกว่านั้น...เทคนิค LTLH ยังช่วยให้เราผลิตกาแฟคุณภาพสูงได้หลากหลาย

ในระยะเวลาที่ ควบคุมได้


เพราะความชื้นต่ำ...ราและแบคทีเรียจึงเติบโตไม่ได้


ในห้องมีอุณหภูมิต่ำกว่า 40 C ...คุณค่าสารอาหารต่างๆโดยเฉพาะโปรตีนและน้ำตาล จึงไม่เสียหาย (degrade) และไม่เกิดกลิ่นรส defect แบบน้ำตุ๋นผัก (stew) ที่มักจะเกิดกับกาแฟที่ตากกลางแดดร้อนจัด


นี่คือการนำเสนอและพิสูจน์แนวคิดใหม่สู่โลกของการผลิตกาแฟ...โดยโรงคั่วท้องถิ่นสัญชาติไทยแห่งหนึ่ง


#LTLH #ทางออกของกาแฟไทย This is paragraph1. Cli

LTLH ทางออกของกาแฟไทย

LTLH (Low Temperature, Low Humidity) is a coffee drying method that uses controlled, cool, dry air. At Preda Roasting House in Lampang, Thailand, we use it to protect each coffee's natural flavor. The result is clean, clear specialty coffee with consistent quality from lot to lot.
The Basic Concept of LTLH รวบรวมความรู้พื้นฐานของการทำ LTLH Drying พร้อมภาพประกอบฉบับเข้าใจง่าย เขียนโดย Arkhom Suvannakita | ROASTMASTER, Preda Roasting House
Yeast x Dry Process LTLH คือ การนำยีสต์ที่คัดเลือกสายพันธุ์ (Strain) มาใช้หมักผลกาแฟทั้งผลเชอรี่ในถังหมักที่สะอาด ภายใต้อุณภูมิที่ควบคุม
ในการแปรรูปกาแฟนั้นมีหลายขั้นตอนหลายกระบวนการที่แตกต่างกัน เกษตรกรอาจจะเลือกทำ Process ไปตามเป้าหมายด้านรสชาติและข้อจำกัดในการแปรรูป
เชอร์รี่สีแดงระเรื่อหลายกระสอบถูกเก็บอย่างระมัดระวัง เพื่อส่งตรงมายังโรงคั่วปรีดา และแน่นอน ห้อง LTLH ถูกปัดฝุ่นขึ้นอีกครั้ง ! พวกเราพร้อม
ข้อมูล กับข้อสรุป...อะไรสำคัญยิ่งกว่ากัน?
ด้วยความอนุเคราะห์จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยคุณกฤษณ์ เหลืองโสภาพันธ์ เราจึงได้เห็นภาพขยายของ Green bean
หลังจากเก็บข้อมูลมาได้จำนวนหนึ่ง...(ผมว่าปริมาณน่าจะมากพอให้เอาไปทำ thesis จบ ป.โท ได้อีกใบ) เราก็เริ่มหาเวลาเรียบเรียงข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็น
เมื่อทำการทดลอง LTLH มาสองเดือนจนได้ข้อสรุปบางอย่างแก่ตนเองแล้ว เราก็มั่นใจมากขึ้นที่จะนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ให้แก่สังคม
จากตอนที่ 5 เราทำการตากแห้งกาแฟที่ทำใน process ต่างๆไปพร้อมๆกัน จนได้เชอรี่และกะลาที่แห้งในระดับ 10-11% (ไม่เกิน11.0%)
การวางแผนตากกาแฟในห้องควบคุมความชื้น LTLH นั้นเริ่มต้นจากต้องรู้ว่าเครื่องลดความชื้นของเราสามารถดึงน้ำออกจากห้องได้ในอัตรากี่ลิตร / ชม.
กราฟที่ผมนำมาแชร์ให้เพื่อนๆคือกราฟที่ได้จากการทดลองจริงของเรา โดยค่าความชื้นช่วงท้ายตั้งแต่ 20%เป็นต้นไปเป็นค่าที่วัดจากเครื่องวัดความชื้น
เราจัดกาแฟทั้งแบบ กะลาเปียก เชอร์รี่ และแบบฮันนี่ ลงในตะกร้าพลาสติกตาห่างเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้สะดวกทั้งด้านบนและล่าง
เราสร้างห้องที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ/ความชื้นโดยการดัดแปลงเครื่องปรับอากาศ
ปกติแล้วหากผิวของเมล็ดที่กำลังตากอยู่นั้นร้อนเกินไป (มากกว่า 40 C) ก็จะเริ่มเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา
ช่วงนี้ผมอาจจะดูวุ่นวายเรื่องงานวิชาการอะไรมากหน่อยก็อย่าเพิ่งรำคาญใจกันนะครับ ที่โพสต์ลงไปนี่มันจำเป็นทั้งนั้น
ในห้วงเวลาที่การโปรเสสกาแฟไทยกำลังลำบากจากภาวะฝนผิดฤดู เราจะแก้ไขปัญหากันได้อย่างไร? LTLH คือคำตอบ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy