Share

COFFIVINO (3) : ยีสต์ที่เธอหลงรัก

Last updated: 14 Oct 2023
2013 Views

COFFIVINO (3) : ยีสต์ที่เธอหลงรัก

‘ยีสต์’ คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหลังกลิ่นรสพิเศษจำนวนมากที่เกิดขึ้นในระหว่างการแปรรูปกาแฟ นับตั้งแต่เริ่มเก็บผลลงมาจากต้นจนถึงช่วงตากแห้งกาแฟล้วนแล้วแต่ต้องเกี่ยวข้องกับยีสต์และกระบวนการทางชีวเคมีที่เรียกว่า ‘การหมัก’ ทั้งสิ้น

ยีสต์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั้งในอากาศและบริเวณผลกาแฟจะทำการสลายน้ำตาลในเมือกของเชอรี่เพื่อเกิดเป็นพลังงาน ethanol และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้เกิดผลพลอยได้เป็นกลิ่นและรสต่างๆ รวมถึงความร้อน

นักแปรรูปกาแฟจะพยายามควบคุมอุณหภูมิ ระยะเวลา และตัวแปรอื่นๆเพื่อให้เกิดการให้กลิ่นรสที่เหมาะสมในระหว่างการหมัก หากทำได้ดี เราจะได้สารกาแฟที่มีความเป็นผลไม้มากขึ้น acidity ที่โดดเด่น aroma ที่เข้มข้น รวมไปจนถึงมิติของรสชาติในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็น body, sweetness ที่พัฒนาไปในทางที่ดีเช่นกัน

แต่ปัญหามักจะมีอยู่ว่าตอนที่กำลังหมักอยู่นี้ เราไม่รู้แน่ว่ากำลังทำงานกับจุลินทรีย์ชนิดใดอยู่? เป็นแบคทีเรีย ยีสต์ หรือว่ารา? แล้วมันเป็นจุลินทรีย์ตัวดีหรือตัวร้ายกันนะ? ผลสุดท้ายจะออกมาดีงามเหมือนใจหวังหรือเปล่า?

เมื่อต้องทำกาแฟพิเศษยังไงเสียก็ต้องได้เกี่ยวข้องกับยีสต์อยู่แล้วไม่มากก็น้อยจะโดยรู้หรือไม่รู้ตัวก็ตาม สู้มาถอดรหัสจัดองค์ความรู้มันเสียให้กระจ่างกันไปเลยก็คงจะดีกว่า
----
Yeast Process เป็นการหมักโดยใช้ยีสต์ที่แข็งแรงและ ‘เลือกมาแล้ว’ ให้เป็นจุลินทรีย์ตัวหลักที่ทำหน้าที่สร้างกลิ่นรสให้แก่กาแฟเพื่อให้เกิดความแน่นอนของคาแรกเตอร์และคุณภาพปลายทาง เมื่อกำหนดใส่ยีสต์เฉพาะเข้าไปในถังหมักแล้วนักแปรรูปก็สามารถจัดการควบคุมสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมกับยีสต์ตัวนั้นๆได้

เราพยากรณ์รสชาติได้ เราควบคุมคุณภาพได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงแค่เติมยีสต์ลงไปเท่านั้น เรายังต้องมีความเข้าใจถึงสภาพการดำเนินไปของการหมักว่าเป็นช่วงดีหรือร้าย จำนวนประชากรยีสต์เทียบกับอาหารที่เหลือและความเป็นกรดด่างของแหล่งที่อยู่(คือภายในถังหมัก) ยังเอื้อต่อการดำรงชีพของพวกเขาไหม? ในถังหมักก็เปรียบเสมือนเมืองๆหนึ่งที่มีทั้งช่วงเวลาเริ่มต้น รุ่งเรือง และเสื่อมถอย ยีสต์ผลิตกลิ่นรสให้ metabolite ที่ดีงามได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไปจนไม่เอื้อต่อการมีดำเนินชีวิต พวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นผลิตของเสียหรือกลิ่นรสที่แย่ออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งประชากรเริ่มลดลงและตายไปในที่สุด

จุดยุติการหมักจึงเป็นจุดสำคัญมากอีกจุดหนึ่ง

เราจะหยุดหมัก ณ จุดที่ดีที่สุด จากนั้นจึงเอากาแฟขึ้นตากเพื่อทำให้แห้งต่อไป

ส่วนตัวของผมเอง โดยความที่คุ้นเคยกับการทำ Yeast process แบบนี้มาพอสมควร เห็นว่าการหมักหรือ fermentation นั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงช่วงเวลาที่กาแฟอยู่ในถังหมักเท่านั้น แต่มันยังสามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้อีกมากพอสมควรบนแคร่หรือลานตาก หมายความว่าเรายังต้องตรวจสอบค่าของกรดและกลิ่นที่เกิดในช่วงนั้นด้วยว่าเป็นเช่นไร? ดังนั้นการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่ส่งผลต่อการแห้งของกาแฟก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน

การตากที่ดีจึงมีผลต่อคุณภาพของกรดและกลิ่นของกาแฟมาก

ทีมวิจัยจากมทร.ล้านนาลำปาง ทำการทดลองโปรเสสเทคนิค Yeast process มาตั้งแต่ปี 2017 และพัฒนาปรับตัวแปรต่างๆขึ้นทุกปี อาศัยประสบการณ์วิจัยและทำไวน์กว่า 30 ปีของครูหนม รศ.ดร. วันเพ็ญ จิตรเจริญ เป็นต้นทุนสำคัญที่ช่วยให้การทำงานดำเนินไปบนพื้นฐานของความรู้จักและเข้าอกเข้าใจจุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นอย่างดี

การทำวิจัยเจาะลึก เก็บข้อมูลและผลวิเคราะห์ทางเคมีตลอดไปจนถึงตรวจสอบโครงสร้างของเซลล์เมล็ดกาแฟเพื่อยืนยันผลของการออกแบบเทคนิคแปรรูปของทีม มทร.ล้านนาลำปาง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่ายินดี โดยผลการวิจัยพบว่า Yeast process ได้ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของ aroma ที่มากกว่าเทคนิคแปรรูปดั้งเดิม ตลอดจนทำให้เซลล์กาแฟแข็งแรง (แสดงให้เห็นว่าการหมักที่เหมาะสมไม่ได้เป็นการทำลายคุณภาพของเซลล์ ซึ่งต่างจากการหมักแบบนานเกินความพอดี)

งานวิจัย Yeast Process ได้รับเหรียญทองจากเวทีประกวดนวัตกรรมนานาชาติ 2 ครั้งได้แก่

1. IWIS 2018 (International Warsaw Invention Show) ครั้งที่ 12 ณ กรุงวอร์ซอร์ ประเทศโปแลนด์​ ระหว่างวันที่​15-17 ตุลาคม 2561 จากผลงาน Yeasty Process Plus(Plearn17)

2. XVI International Salon of Inventions and New Technologies (NEW TIME 2020) ณ เมือง Sevastopol ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2563 จากผลงาน Yeasty Coffee และ Cascara Go Green

Yeast process ของทีมวิจัยในปี​ 2564​นี้​ให้ผลดีกว่าตัวที่เคยได้รางวัลจากการประกวดเนื่องจากใช้เทคนิคตาก LTLH (Low Temperature, Low Humidity Drying) ร่วมกับการหมักทำให้ได้ระดับ acidity ที่สูงขึ้นและมีความซับซ้อนของกลิ่นรสมากกว่า ซึ่งเชื่อว่าในปีถัดๆไปเราจะได้เห็นผลงานที่คุณภาพดีมากยิ่งขึ้นไปอีกเรื่อยๆ บนฐานความรู้ที่ค่อยๆสร้างขึ้นจากการลงมือทำจริง

เมื่อได้รู้ว่าทำงานกับยีสต์ต่อเนื่องมาแล้วหลายปี เราก็คงพอจะเข้าใจแล้ว

...ว่าพวกเธอหลงรักยีสต์กันมากแค่ไหน

หมายเหตุ : รายชื่อทีมนักวิจัย Arabica Research Team แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง
รองศาสตราจารย์ ดร.วันเพ็ญ จิตรเจริญ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์รุ่งทิวา กองเงิน
ดร.ลชินี ปานใจ


Related Content
ภารกิจ OASIS (1) ร้านกาแฟที่ทุกคนมีความสุข
ภารกิจ OASIS (1) ร้านกาแฟที่ทุกคนมีความสุข
ปีที่ 12 กลับบ้าน..สร้างโรงคั่วปรีดา
cccc สำหรับผม… โรงคั่วกาแฟปรีดานี้ไม่เพียงแต่เป็นที่ทำงานเท่านั้น
Local Roast (7) ถึงลูกถึงหลาน
“ในยุคต่อไปนี้ ไร่กาแฟเล็กๆ โรงคั่วเล็กๆ จะมีโอกาสเข้าถึงคนกินและร้านกาแฟมากขึ้น
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy