ทำความรู้จักกระบวนการหมักและตากกาแฟแบบ LTLH Drying

Last updated: Sep 21, 2020  |  163 จำนวนผู้เข้าชม  |  LTLH

ทำความรู้จักกระบวนการหมักและตากกาแฟแบบ LTLH Drying

Yeast x Dry Process LTLH คือ การนำยีสต์ที่คัดเลือกสายพันธุ์ (Strain) มาใช้หมักผลกาแฟทั้งผลเชอรี่ในถังหมักที่สะอาด ภายใต้อุณภูมิที่ควบคุมโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดกระบวนการหมัก (fermentation) ที่ดี คือเกิดรสที่ชัดเจนและให้กลิ่นที่ซับซ้อน จากนั้นจึงนำผลเชอรี่ออกมาตากให้แห้งในอากาศที่มีความชื้นและอุณหภูมิต่ำ (Low Temperature Low Humidity Drying หรือ LTLH Drying)

.ขั้นตอนการทำงาน Process

1.คัดเลือกสวนกาแฟที่มีคุณภาพสูง : เก็บด้วยมือเลือกเฉพาะผลที่สุกแล้วเท่านั้น และไม่ทิ้งกาแฟที่เก็บแล้วไว้คากระสอบเกิน 48 ชั่วโมง

2.ล้างและคัดเชอรี่ : นำเชอรี่มาลอยน้ำเพื่อแยกผลที่ไม่สมบูรณ์ออก จากนั้นทำการคัดซ้ำเพื่อแยกเม็ดเขียวออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนหรือติดเชื้อให้มากที่สุด

3.การหมัก : นำยีสต์ที่คัดเลือกสายพันธุ์เฉพาะมาเป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมัก มีการควบคุมอุณหภูมิ การตรวจค่าวัดน้ำตาลและค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ตลอดช่วงที่ทำการหมักเพื่อให้ได้ความแม่นยำของกลิ่นรสที่เกิดขึ้นมากที่สุด

4.การตาก : ใช้เทคนิคตากแบบ Low Temperature Low Humidity Drying หรือ LTLH ซึ่งมีการควบคุมสภาวะอากาศในระหว่างการตากให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตลอดทางอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วของกระแสลม ( air temp < 40C, Rh 30-60%, 1m/s air velocity)
_________________

นอกจาก LTLH จะช่วยให้กาแฟปลอดภัยจากความเสี่ยงในการติดราหรือการหมักที่มากเกินไปบนลานตาก (over fermentation) แล้วยังทำให้ได้รสชาติที่ "สว่าง" คือไม่มี fault flavor ที่เกิดจากการตากร้อนเกินไปหรือตากในอากาศชื้นที่นานเกินไปอีกด้วย ในระหว่างการตากทีมงานยังคอยติดตามผลเปลี่ยนแปลงของความชื้นภายในเมล็ดโดยการตรวจวัด Weight loss และ Moisture Content อย่างสม่ำเสมอจนกว่าค่าความชื้นภายในของเมล็ดกาแฟจะอยู่ในระดับที่ต้องการคือ 10-12 %

ติดตามเรื่องราวของ LTLH เพิ่มเติมทาง https://www.preda-roastinghouse.com/categoryconte…/1561/ltlh

#LTLHDrying #PredaProcessor #fermentation #ตากกาแฟ #หมักกาแฟ

Powered by MakeWebEasy.com