Local Roast (9) หัวใจในใบไม้

Last updated: Jun 8, 2019  |  82 จำนวนผู้เข้าชม  |  Local Roast

Local Roast (9) หัวใจในใบไม้

Local Roast (9) หัวใจในใบไม้



“น้องคิดว่าต้นไม้มีชีวิตหรือเปล่า?” ผมถาม

“มีสิคะ ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต” หญิงสาวตอบ

“แล้วต้นไม้มีความคิดหรือเป ล่า? มีความรู้สึกหรือเปล่า?” 

“อืมม์…….ไม่แน่ใจค่ะ” 

ผมเริ่มบทสนทนากับน้องใหม่ท ดลองงานด้วยประโยคคำถามที่ค ่อนข้างแปลก จากนั้นจึงเล่าเรื่องที่เคย อ่านเจอในหนังสือ เกี่ยวกับงานทดลองของฝรั่งต ะวันตกชิ้นหนึ่งให้ฟัง

ก.พ. 1966, Cleve Backster เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบ สวนโดยใช้เครื่องจับเท็จ (Polygraph) ขณะที่กำลังรดน้ำต้นวาสนา (Dracaena Cane) ที่อยู่ในห้อง Lab เขาก็เกิดความคิดอยากทดสอบด ูว่าจะสามารถวัดค่าอัตราการ ดูดน้ำขึ้นสู่ลำต้นโดยการใช ้เครื่องจับเท็จที่เขามีอยู ่นี้ได้ไหม? เช้าวันนั้นเขาจึงติดตั้งขั ้วไฟฟ้าของเครื่องวัดเข้ากั บใบไม้ แล้วดูค่าความต้านทานไฟฟ้าท ี่เปลี่ยนไปของต้นไม้ในช่วง เวลาและสถานการณ์ต่างๆ 

ปกติแล้วเครื่องจับเท็จสามา รถใช้ตรวจสอบสภาวะทางอารมณ์ ของมนุษย์ได้ หากมนุษย์มีการตอบคำถามหรือ พูดจาไม่สอดคล้องกับข้อเท็จ จริงที่ตนรับรู้อยู่แล้วก็จ ะเกิดความเครียด หรือภาวะทางอารมณ์ที่ผิดไปจ ากปกติ ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ค่าความต ้านทาน หรือค่าการนำไฟฟ้าของร่างกา ยมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  ความรู้ในวิทยาศาสตร์แขนงนี ้เป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายแ ล้วในยุคนั้น มีการเปิดโรงเรียนสอนหลักสู ตรการใช้ Polygraph อย่างเป็นเรื่องเป็นราวให้แ ก่เหล่าเจ้าหน้าที่สืบสวนอเ มริกันเลยทีเดียว ที่ผ่านมาพวกเขานำมันมาใช้ก ับคนแต่ยังไม่มีใครเคยทดลอง กับต้นไม้

Backster จุ่มใบไม้ลงไปในถ้วยกาแฟร้อ นของเขา ความต้านทานไฟฟ้าของใบไม้ค่ อยๆลดลงอย่างช้าๆซึ่งเป็นอา การคล้ายๆกับคนที่กำลังเหนื ่อยล้า กราฟที่อ่านได้จากเครื่องก็ ค่อนข้างราบเรียบไม่น่าแปลก ใจอะไร แต่เขาอยากเห็นผลการเปลี่ยน แปลงที่น่าสนใจกว่านั้น Backster จึงเกิดแว่บความคิดขึ้นมาว่ าเขาน่าจะลองจุดไฟเผาใบไม้แ ล้วดูซิว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้ าง?

ฉับพลันเพียงแค่คิด!…ปากกาพ ล็อตกราฟของเครื่องจับเท็จก ็เกิดแกว่งตัวขึ้นอย่างรุนแ รงผิดปกติ สร้างความแปลกใจให้เขามาก ในบริเวณนั้นมีเพียงแค่เขาก ับต้นไม้และเครื่องมือวัดเท ่านั้น! ปากกาเขียนกราฟยังคงแกว่งตั วแสดงอาการคล้ายกับที่เคยวั ดได้จากคนที่กำลังอยู่ในอาร มณ์หวั่นไหว จนกระทั่งเมื่อเขาล้มเลิกคว ามตั้งใจที่จะเผาใบไม้ กราฟก็กลับมาอยู่ที่ระดับปก ติ! เหตุการณ์ในวันนั้นจึงเป็นว ันเริ่มต้นของการทดลองอีกจำ นวนมากเพื่อยืนยันสมมติฐานข องเขาว่า “ต้นไม้ก็มีการรับรู้” หรือมีจิตสำนึกที่ไม่ต่างไป จากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเช่น คน หรือ สัตว์

เขาอยากรู้ว่าต้นไม้จะความร ู้สึกต่อสิ่งเร้าที่ซับซ้อน อย่างเช่น การตายหรือการถูกทำลายของสิ ่งมีชีวิตอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเช่นการตายของกุ้งหรือ ไม่? เขาต่ออุปกรณ์วัดเข้ากับต้น ไม้อีก 3 ต้น ที่ถูกวางอยู่คนละห้อง และทำให้เกิดเหตุการณ์สังหา รกุ้งโดยใช้เครื่องมือหย่อน กุ้งน้ำเกลือลงในหม้อน้ำเดื อดที่อยู่ในห้องถัดไป โดยตั้งเวลาให้มีการหย่อนกุ ้งลงอย่างไม่ซ้ำรูปแบบเวลา เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่น่ าเชื่อถือได้มากที่สุด 

ผลก็คือ…ต้นไม้มีอารมณ์ร่วม กับเหตุการณ์ตายของกุ้งถึงแ ม้จะไม่ได้อยู่ร่วมห้องเดีย วกัน

ต้นไม้มีความสามารถทางโทรจิ ตเสียด้วยซ้ำไป! 

ทีสหภาพโซเวียต…มีการทดลองใ นแบบคล้ายกับที่อเมริกา โดยการตรวจวัดค่าความต้านทา นไฟฟ้าของต้นไม้ขณะเกิดสถาน การณ์ต่างๆ อย่างเช่นทดลองให้กะหล่ำปลี ต้นหนึ่งถูกคนหักทำลายลงต่อ หน้าต่อตาเพื่อนกะหล่ำอีกกร ะถางหนึ่ง พวกเขาพบว่าต้นกะหล่ำมีความ รู้สึกหวั่นไหวต่อการถูกทำร ้ายของเพื่อน และเมื่อปล่อยให้เหตุการณ์ผ ่านไปสักพัก เมื่อคนที่เพิ่งทำร้ายเพื่อ นเดินกลับมาที่จุดเกิดเหตุอ ีกครั้ง กราฟอารมณ์ก็กลับมาเต้นอีก… ต้นไม้จำคนที่ทำร้ายเพื่อนไ ด้!?

‘ความเชื่อ’ ของคนโบราณที่ว่าต้นไม้มีวิ ญญาณสิงสถิตอยู่อาจไม่ใช่เร ื่องล้าสมัยเสียแล้ว

ผมมักจะเล่าเรื่องนี้ให้เด็ กๆในร้านได้ฟังเพื่ออธิบายค วามเชื่อบางอย่างของตัวเอง โดยหวังว่าน้องจะเข้าใจว่าเ รามองและคิดกับสิ่งรอบตัวอย ่างไร 

“หากเรามองต้นไม้เป็นเครื่อ งประดับ หรือเห็นเป็นทรัพย์สินส่วนห นึ่งของการ ‘ทำการค้า’ เราจะปฏิบัติกับพวกเขาในแบบ เดียวกับที่ทำกับสิ่งของอื่ นๆทั่วไป พอเหี่ยวพอเก่าอย่างมากก็โย นทิ้งแล้วซื้อต้นใหม่มาเปลี ่ยน แต่ถ้าเรามองว่าต้นไม้ก็มีช ีวิต มีจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดไม่แตกต่ างกับมนุษย์ …เราจะปฏิบัติกับเขาต่างออก ไป เราจะละเอียดอ่อนมากขึ้น ระมัดระวังมากขึ้น อ่อนโยนมากขึ้น …นี่คือการ “เชื่อมต่อ” ที่พิเศษระหว่างเรากับสิ่งแ วดล้อมรอบตัว”

นี่ไม่ใช่เรื่องของ ‘ความเชื่อ’ แต่เป็นเรื่องของ ‘สัมผัส’ ที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องของ ‘ความเข้าใจ’ ที่เกิดจากการมองให้ลึกซึ้ง โดยใช้หัวใจเข้ามาร่วมพิจาร ณา

“ต้นไม้ มด หนอน กิ้งก่า ที่จริงแล้วเขาก็เป็นเพื่อน เรา มีหัวจิตหัวใจเหมือนเรา ถ้าหากเราอ่อนโยนต่อเขาๆก็จ ะมีความสุข เมื่อเขามีความสุข เราก็มีความสุข ลูกค้าก็มีความสุข…ร้านของเ ราก็จะมีแต่ความสุข” ผมสรุป

“เข้าใจหรือยังว่าทำไมร้านเ รายังอยู่ได้มาจนถึงวันนี้? ” 

--------
เราเห็นคนพูดคุยถึงเทคนิคกา รชง การคั่ว การโปรเซสกาแฟกันมามากต่อมา กแล้ว แต่วันนี้ผมกลับพูดเรื่องคว ามรู้สึกของต้นไม้ใบหญ้า นั่นเป็นเพราะผมเองก็เริ่มร ู้สึกว่าบางทีเราก็มุ่งทำให ้กาแฟมันอร่อยมันดีมากเสียจ นพาลคิดว่าสิ่งอื่นที่นอกไป จากกาแฟนั้นเป็นเรื่องไม่สล ักสำคัญไปเสียแล้ว
แต่จริงหรือที่เทคนิคจะสำคั ญไปกว่าหัวใจ?

กาแฟไม่ใช่หัวใจ…หัวใจก็คือ หัวใจ!

และหัวใจนี่แหละที่ใช้ผลิตก าแฟ , ร้านกาแฟ, สังคมกาแฟ รวมไปจนถึงโลกอันเป็นที่ตั้ งของกาแฟ

ตอนสอนแทมป์กาแฟให้บาริสต้า  สอนจนเหนื่อยก็ยังแทมป์ออกม าขมเฝื่อน จนกระทั่งบอกเขาว่า “นุ่มนวลแต่หนักแน่น…คิดว่า กาแฟเป็นน้องนุ่งของเรา” เด็กกลับเข้าใจมากกว่าที่เค ยพูดว่าให้ใช้แรงเท่ากับ 15 กิโลกรัม

แทนตารางเวรรดน้ำต้นไม้…ผมพ บว่าเด็กๆตัดแต่งและดูแลต้น ไม้ได้สม่ำเสมอขึ้นเมื่อบอก เขาว่า ต้นไม้คือเพื่อนคือญาติ

แทนที่จะบอกให้พยายามทำให้ล ูกค้าพอใจเสมอ…เด็กๆทำงานได ้ประสิทธิภาพที่นุ่มนวลขึ้น เมื่อบอกเขาว่า หน้าที่ของเขาคือดูแลทุกคนท ี่หนีร้อนเข้ามาพึ่งเย็นในร ้านของเรา

ผลของงานจะดีที่สุด ถ้าหากเราใช้หัวใจนำทาง

นึกถึงตอนขึ้นไปเยือนดอยช้า งคราวก่อน ขณะนั่งทอดสายตามองหมู่ทิวเ ขาและไร่กาแฟ เราได้ยินเสียงเพลงลอยล่องม าจากท้องไร่ ผมฟังไม่ออกว่าบทเพลงภาษาอา ข่านั้นมีความหมายว่าอะไร รู้เพียงคุณยายที่กำลังเดิน เก็บผลกาแฟอยู่กำลังเพลิดเพ ลินมีความสุขกับงานจนลืมเหน ื่อยลืมร้อน…กาแฟรสมือยายจะ หอมอร่อยหรือไม่? ผมไม่รู้ 

แต่ที่รู้แน่คือ…กาแฟวันนั้ นเพราะเหลือเกิน

----
บทเสริม

ผมนั่งนึกอยู่นานว่าจะเขียน  ‘นโยบาย’ ของโรงคั่วกาแฟปรีดาในข้อสุ ดท้ายว่าอะไรดี? นอกเหนือจากเป้าหมายอันเกี่ ยวข้องกับคุณภาพของกาแฟและก ารตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้า

ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปเสียที …

ข้อ 4) เป็นโรงคั่วอุดมสุข

Powered by MakeWebEasy.com