ปีที่สิบสอง กลับบ้าน..สร้างโรงคั่วปรีดา

Last updated: Oct 7, 2018  |  77 จำนวนผู้เข้าชม  |  โก๋ครบโหล

ปีที่สิบสอง กลับบ้าน..สร้างโรงคั่วปรีดา

โก๋ครบโหล (12) ปีที่สิบสอง กลับบ้าน..สร้างโรงคั่วปรีดา

จากจุดเริ่มต้นในห้องครัวของบ้าน คราวนี้เราจะเป็นโรงคั่วกาแฟเต็มรูปแบบเสียที

นี่เป็นโครงการก่อสร้างใหญ่ของเรานับตั้งแต่เริ่มต้นกิจการเลยทีเดียว เราเห็นพ้องกันว่าห้องคั่วกาแฟขนาด 6X4 ตร.ม.นั้นเล็กเกินไปสำหรับเครื่องคั่ว 2 ตัว สารกาแฟสองสามตัน โต๊ะคัดเมล็ด และตู้เก็บอุปกรณ์ใบเขื่อง ดังนั้นเมื่อทั้งเงินทุนและสถานการณ์อำนวย เราจึงตัดสินใจเริ่มโครงการก่อสร้างอาคาร “โรงคั่วกาแฟปรีดา” เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำงานให้ทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อเป็น “เบ้าหลอม” สร้างผลงานที่ดียิ่งกว่าเดิม

มกราคม 2558 ‘เต้’ สถาปนิกคู่ใจ รับหน้าที่ผู้ออกแบบโรงคั่วกาแฟปรีดาแห่งใหม่ โดยดัดแปลงโรงอู่ซ่อมรถเก่าอันเป็นกิจการดั้งเดิมของบ้าน ให้กลายเป็นโรงคั่วกาแฟเต็มรูปแบบที่จะต้องเก็บสต๊อกกาแฟได้มากขึ้นประมาณ 3-4 เท่าตัว ต้องแบ่งการทำงานคั่ว คัดเมล็ด และบรรจุได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน สภาพแสงสว่างที่เหมาะแก่การทำงานได้ทั้งวันโดยไม่มากจนร้อนเกิน และไม่น้อยจนต้องเปิดไฟแสงสว่างตลอดทั้งวัน ยิ่งไปกว่านั้น มันควรจะต้องสามารถอำนวยความสะดวกรองรับการมาเยี่ยมเยือนของผู้คนภายนอกได้ด้วย

มีนาคม 2558 แบบยังเสร็จเพียงคร่าวๆ แต่งานก่อสร้างต้องเริ่มต้น! ผมกลายเป็นหัวหน้าคุมงาน ส่วนปุ๊กกับเต้ คือผู้ร่วมออกแบบรายละเอียดต่างๆขนานไปกับงานก่อสร้าง แนวคิดในการออกแบบครั้งนี้นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยที่ครบถ้วนแล้ว..อาคารใหม่ควรจะสะท้อนตัวตนและแนวคิดในการทำงานของเราด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผนังก่ออิฐบล๊อคเปลือย การใช้ไม้สักและไม้แดงเก่าซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านและอู่มาประกอบใหม่เป็นเสาและคานของระเบียง หรือแม้กระทั่งป้ายโรงคั่ว เราก็ใช้เทคนิคเซาะปูนลงไปให้เป็นภาพโลโก้และตัวอักษรเพื่อบอกถึง “วิถีของปรีดา” ที่มุ่งเข้าสู่ความสุขด้วยการ “ลดทอน” อัตตา แทนที่จะ “พอกพูน”

งานใหญ่งานหนึ่งไม่เพียงมีเรื่องของคนออกแบบ คนก่อสร้าง และคนควบคุมงานเท่านั้น แต่ยังต้องได้รับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างทั้งกำลังใจและคำปรึกษา ส่วนน้องๆที่โก๋กาแฟก็ต้องช่วยกันดูแลลูกค้าอย่างขันแข็งแทนผมและปุ๊กที่ลงมาทุ่มสุดตัวกับโปรเจคท์นี้จนแทบไม่มีเวลาให้กับงานประจำที่ร้าน หากพวกเขาไม่เข้มแข็งผมก็คงจะปลีกตัวออกมาไม่ได้

กว่างานก่อสร้างจะเสร็จ...ก็ล่วงถึงเดือนสิงหา

สำหรับผม… โรงคั่วกาแฟปรีดานี้ไม่เพียงแต่เป็นที่ทำงานเท่านั้น หากยังเป็นเส้นชัยชีวิตอีกหนึ่งเส้น เพราะมันสร้างความสุขให้กับคนในครอบครัวของเรา ทุกคนต่างชื่นชมยินดีที่ได้เห็นเราเติบโตขึ้น อู่ยนต์สุวรรณที่เคยคึกคักด้วยผู้คนเมื่อสมัยที่พ่อยังมีชีวิตแทบจะกลายเป็นที่ร้างว่างเปล่ามาสิบกว่าปี บัดนี้มันได้กลับมาเกิดใหม่ในรูปของโรงคั่วกาแฟ แม่ของผมได้กลับมาที่แห่งนี้อีกครั้งในฐานะประธานเปิดอาคารเมื่อ 12 สิงหาคม 2558 รอยยิ้มของแม่ พี่น้องลูกหลานและแขกเหรื่อในวันนั้นคือรางวัลชีวิตของเราอย่างแท้จริง ส่วนทางครอบครัวของปุ๊กเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งพ่อแม่และญาติๆของเธอต่างก็ภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้

นับจากวันที่ปุ๊กยอมทิ้งอาชีพหลักของเธอ ทิ้งกรุงเทพฯมาฝ่าฟันร่วมกับผมจนถึงวันนี้ก็ผ่านไปสิบปีพอดี!

ปุ๊กบอกกับผมว่ามันเป็นสิบปีที่คุ้มค่า...แม้จะเหนื่อยมากแต่ที่มาถึงวันนี้ได้ก็เพราะเราไม่ทิ้งกันและมันยังเป็นบทพิสูจน์สำคัญของชีวิตคนคู่หนึ่งถึงคำว่า “รักแท้”

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าอนาคตจากนี้ไปจะเป็นไปอย่างไรก็ตาม เราก็มั่นใจเหลือเกินว่าจะสามารถเดินร่วมกันไปอย่างมั่นคง เพราะเราได้พาทุกคนกลับมายืนตั้งหลักที่นี่แล้ว
...ที่บ้านของเราเอง
-------------------------------------------------------------------
โก๋ครบโหล

เมื่อเล่าเรื่องแบรนด์ท้องถิ่นที่ชื่อ โก๋กาแฟ และ ปรีดา ผ่านสายตาของผมนับแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 12 คือปีปัจจุบันไปแล้ว ผมหวังว่ามันอาจจะช่วยให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังฟันฝ่าปัญหาใหญ่น้อยในชีวิตให้สู้ต่อไปได้ เส้นทางชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรง มันจะคดเคี้ยวบ้าง เป็นหลุมบ่อบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่จะพาเราให้ผ่านไปได้หรือไม่นั้นคือ “วิธีการมอง” ซึ่งบางวิธีก็พาเราไปสู่ทางออก แต่บางวิธีก็กลับพาไปสู่ปัญหาที่หนักหนายิ่งกว่าเสียอย่างนั้น

“วิถีของผู้ประกอบการ” ไม่ต่างจาก “วิถีชีวิต” มันไม่ได้เป็นเรื่องของขาดทุนหรือกำไร หากแต่เป็นเรื่องของ ‘ความอดทน การเรียนรู้ การเติบโตขึ้น และปัญญา” หากเราเข้าใจชีวิต เราก็จะเข้าถึงธุรกิจ...ทั้งสองสิ่งเป็นเรื่องเดียวกันได้ เพราะต่างก็มีคำว่า “หน้าที่” อยู่ทุกลมหายใจ ดังนั้นทางออกของกิจการจึงควรเริ่มต้นจากการกำหนดค้นหา “หน้าที่” นั่นเอง

“ความสำเร็จ” นั้นไม่ได้มีความหมายตื้นเขินเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง หรือขนาดของกิจการ แต่มันสามารถมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่า เป็นประโยชน์ต่อโลกได้มากกว่า ..ซึ่งก็อยู่ที่เราเองว่าจะเขียนนิยามมันขึ้นมาอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทุกผู้คนและทุกประสบการณ์ที่พาให้ผมกลายเป็นผมในวันนี้ ร้านกาแฟท้องถิ่นจะยังคงเป็นร้านท้องถิ่นต่อไป ผมเรียนรู้ว่า ความฝันยิ่งเล็กน้อยความสุขก็ยิ่งมาก จุดหมายปลายทางของเราจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ปัญญา” ซึ่งจะพาไปสู่ความสุขที่แท้จริง

ชีวิตควรมีเป้าหมายที่การแสวงหา “ปัญญา”...ธุรกิจก็เช่นกัน!

ขอให้สำเร็จทุกท่านครับ

อาคม สุวัณณกีฏะ
29 ตุลาคม 2558

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com