ปีที่หนึ่ง..หัดชง

Last updated: Oct 7, 2018  |  112 จำนวนผู้เข้าชม  |  โก๋ครบโหล

ปีที่หนึ่ง..หัดชง

โก๋ครบโหล (1) ปีที่หนึ่ง..หัดชง

ตอนเริ่มตั้งร้านกาแฟไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้!

ผมเคยทำร้านขายนมสดมาก่อนตอนช่วงเรียนปริญญาโท ซุ้มนมหน้าโรงอาหารคณะวิศวะฯเป็นสิ่งตอบโจทย์ความอยากทานขนมหลังอาหารเที่ยง และความอยากเครื่องดื่มแก้ง่วงยามบ่ายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นร้าน “น้มนม” ที่ร่วมกันตั้งขึ้นสนุกๆในกลุ่มนักศึกษาวิศวะลาดกระบังจึงมีกำไรตั้งแต่วันแรกเปิดกิจการ เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เรายังสามารถรวบรวมกำไรมาสร้างซุ้มนมสาขาสองที่คณะวิทยาศาสตร์ ผมก็เลยคิดว่าตัวเองพอมีดวงและฝีมือทางร้านเครื่องดื่มอยู่บ้าง จนเมื่อคิดจะกลับมาอยู่ลำปางอย่างจริงจัง โครงการทำร้านกาแฟที่เคยคิดอยากทำต่อเนื่องจากร้านนมก็ถูกเขียนแผนงานขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกว่า “ไม่น่าจะยาก”

ผมคิดว่าหากทำร้านกาแฟแนว Delivery น่าจะช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า และยังสามารถสร้างความรับรู้ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เร็วกว่าการตั้งร้านแล้วรออยู่กับที่ ผมกับดุ่ย เพื่อนสมัยเรียน ร่วมกันลงทุนทำหน้าร้านเล็กๆ พยายามประหยัดงบสุดๆด้วยการลงแรงทำอุปกรณ์กันเอง ทั้งเคาน์เตอร์ชง ทั้งป้ายหน้าร้าน ทั้งงานทาสีพ่นสี พาหนะดีลิเวอรี่ก็ทำเองโดยการซื้อรถสี่ล้อ (สองแถว) เก่ามากมาคันหนึ่ง ดัดแปลงห้องโดยสารให้กลายเป็นห้องเก็บสัมภาระครึ่งขวา ส่วนครึ่งซ้ายก็ทำเป็นเคาน์เตอร์ชงกาแฟเพียงแค่เปิดบานประตูติดโช้คแก๊ส ...ลวดลาย ภาพประดับรอบคันรถสีเหลืองก็ใช้เทคนิคพ่นสีแบบ air brush ทำเองแบบลูกทุ่งๆ

เกิดมายังไม่เคยพ่นสีรถ ก็ได้ทำกันคราวนี้

ก่อนเปิดร้าน ผมสมัครเรียนกาแฟคอร์สเล็กๆราคาถูกคอร์สหนึ่งเพื่อหวังสอบทานความรู้ที่พอมีอยู่บ้าง ในห้องเรียนหนึ่งวัน วิทยากรสอนด้วยเครื่องชงอัตโนมัติ ไม่มีการสอนแทมป์กาแฟ หรือความรู้ที่จำเป็นในบาร์ชงเหมือนอย่างคอร์สเรียนสมัยนี้ ที่ผมได้มาก็แค่ สูตรชงกาแฟเย็นแบบต่างๆ แต่อย่าถามว่าการทำ Shot กาแฟนั้นเป็นยังไงเลย...ผมรู้น้อยมากจริงๆ

แต่ตอนนั้นคิดว่าเรารู้ “พอใช้งาน” แล้ว

ผมซื้อเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบใช้งานภายในบ้านยี่ห้อ La Pavoni เป็นเครื่องชงหลัก โดยใช้เครื่องบดแบบมือหมุนราคาเพียงแค่พันกว่าบาท เราลงทุนผ่อนเครื่องชงแบบอัตโนมัติราคาสามหมื่นกว่าบาทไว้อีกเครื่องหนึ่งเพื่อใช้ในธุรกิจจัดเบรคกาแฟ แนวทางของเราคือทั้ง Delivery และจัดเบรคในงานประชุมต่างๆ จะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ หรือ Key of success

เปิดขายวันแรก ขายได้ประมาณ 700 กว่าบาท ซึ่งก็เป็นยอดจากแขกเหรื่อคนสนิทที่มาร่วมงานเปิดทั้งนั้น ผมยังรู้สึกว่าก็ไม่เลวสำหรับวันแรก พอวันถัดมาเหลือ 200 ก็ปลอบใจกันว่ายังใหม่ คนยังไม่รู้จัก ..ผ่านไป 3 เดือน ยอดเฉลี่ยของร้านโก๋ก็ยังคงอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น!

ผมเอารถเหลืองที่เราเรียกกันว่า “รถโก๋” ออกหาออเดอร์ตามสำนักงานเทศบาล อบจ. และอำเภอ โดยใช้วิธีเริ่มจากให้พี่สาวหรือเพื่อนที่ทำงานในนั้นช่วยโทรมาสั่ง แล้วพอเราเอารถไปส่งถึงที่ ก็จะได้ยอดขายเพิ่มเติมจากโต๊ะทำงานข้างๆบ้าง ห้องทำงานใกล้เคียงบ้าง บางทีก็เดินขึ้นตึก ลงตึกไปชั้นอื่นๆเพื่อให้ได้ยอดมากที่สุด ภาพที่่เกิดประจำวันในตอนนั้นก็คือผมแบกกล่องใส่เหยือกกาแฟที่ชงพร้อมรินเสิร์ฟ มีลูกน้องอีกหนึ่งคนช่วยถือกระติกน้ำแข็งที่พอสำหรับประมาณ 10 แก้ว เดินเข้าออกตึกสำนักงานราชการด้วยกันทุกบ่ายวันจันทร์ถึงศุกร์ ถึงขนาดบุกหาลูกค้าขนาดนี้ เราก็ยังทำยอดรวมได้แค่หลักร้อยต่อวันอยู่นั่นเอง โดยมียอดส่วนใหญ่จากการออกรถไปหาลูกค้า ส่วนยอดจากหน้าร้านก็ยังอยู่แค่ 200-400 บาทต่อวัน

มีครั้งหนึ่ง ผมลองไปจอดรถขายที่ตลาดนัดคลองถม จองที่กันตั้งแต่บ่ายสาม ตลาดเริ่มสี่ห้าโมงเย็น นึกแล้วยังขำที่ขายจนเกือบสามทุ่มยังได้ยอดมาแค่ 125 บาท ..คือขายได้ 5 แก้วนั่นเอง!

ผ่านไปหกเดือน เงินทุนชักร่อยหรอเพราะขาดทุนทุกเดือน ผมหาเลี้ยงชีวิตและเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมด้วยงานพิเศษซึ่งก็ทอนเวลาที่ให้กับร้านกาแฟของตัวเองไปเสียครึ่งหนึ่ง ต้องปล่อยให้พนักงานช่วยดูหน้าร้านกันไป เมื่อมองย้อนกลับไปก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ร้านก้าวหน้าไปได้ช้ามาก...หากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาดูแล แล้วจะให้ร้านเจริญขึ้นอย่างใจฝันนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร?

พยายามปลอบใจตัวเองให้ชุ่มชื่นยังไงก็ไม่ค่อยไหว 
ผมกับหุ้นส่วนเครียดหนักขึ้นทุกวัน อาการทางจิตชนิดหนึ่งของคนขายของไม่ได้ก็คือ เวลาว่างก็เดินออกไปยืนหน้าร้านคอยชะเง้อดูรถราที่ผ่านเข้ามาในซอย เผื่อจะมีคันไหนชะลอแล้วจอดหน้าร้านเราบ้าง ผมเป็นอย่างนั้นประจำ

ปีแรกของโก๋กาแฟนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า...ความคิดที่จะเลิกทำมีผ่านเข้ามาในหัวสมองของผมเกือบทุกวัน

นับเป็นปีที่เริ่ม “หัดชง” จริงๆ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com