ReadyPlanet.com
bulletเราอยู่ที่นี่ .. เรามีกาแฟดีอยู่ที่บ้าน
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletวิธีการสั่งซื้อและเงื่อนไข
bulletยืนยันการชำระเงิน
dot
Shopping cart
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางห้องปฏิบัติการ
bulletชงกาแฟง่ายๆ ด้วยตัวเอง
dot
Search


  [Help]
dot


โก๋ครบโหล(2) ปีที่สอง รักระหว่างรบ

โก๋ครบโหล (2) ปีที่สอง รักระหว่างรบ

 

การตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของผม...ก็คือการขอแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้!

 

เมื่อผ่านปีที่หนึ่ง ยอดขายของเรามีพัฒนาการดีขึ้นเล็กน้อยโดยปรับขึ้นเป็นประมาณพันกว่าบาท วันไหนขายดีก็ทำยอดได้ถึง 2,000 พอจ่ายเงินเดือนพนักงานทั้ง 3 คน แต่ก็ยังไม่พอสำหรับการจ่ายค่าแรงให้ผู้จัดการอย่างผม หากเราจ่ายเงินเดือนผู้จัดการ กระแสการเงินจะต้องติดลบทันที ที่จริง ยอดขายระดับนี้จ้างพนักงานเพียงแค่ 2 คนก็น่าจะพอ แต่เหตุที่เราต้องจ้างพนักงานถึง 3 คนก็เพราะความคาดหวังในการทำตลาดจากงาน Delivery และการหาโอกาสเปิดตัวตามงานแฟร์ในจังหวัด ซึ่งก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่

 

ส่วนการจัดเบรคกาแฟก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นงานจัดประชุมจังหวัดที่ศาลากลางซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร เวลามีงานครั้งหนึ่งได้ยอดประมาณ 30-40 หัว มีกาแฟพร้อมของว่าง รอเสริ์ฟตั้งแต่บ่ายโมงแล้วรอเก็บตอนบ่ายสี่ ราคาขายต่อหัวคือ 35 บาท เราก็จะได้ยอดขายครั้งนั้นประมาณ 1,000-1,200 บาท งานจัดเบรคนี่คิดให้ดีก็อาจไม่ค่อยจะคุ้มเหนื่อย เพราะต้องเตรียมข้าวของอุปกรณ์ไปให้ครบ ทั้งกาแฟ น้ำดื่ม น้ำแข็ง ขนม ชุดถ้วยกาแฟ ทิชชู ช้อนฯลฯ ที่สำคัญ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติยี่ห้อ Severin ที่ได้จากวีรสุมานี่น้ำหนักมากใช่ย่อย หลายครั้งที่ผมต้องยกอุปกรณ์ทั้งหมดนี้เดินขึ้นบันไดอาคารศาลากลางไปยังห้องประชุมชั้น 4 เพราะลิฟท์ปิดการใช้งานระหว่างพักเที่ยงตามนโยบายประหยัดพลังงานของผู้ว่าฯ แต่อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่างานจัดเบรคนี้ช่วยให้มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นพอสมควร และยังทำให้ได้ลูกค้าหน้าร้านเพิ่มขึ้นจากการรู้จักของผู้เข้าร่วมการประชุมเหล่านั้น

 

แม้การงานคืบหน้าอย่างเต่าคลาน แต่ความรักของผมในช่วงนี้กลับก้าวหน้าเร็วยิ่งกว่ากระต่าย!

 

‘ปุ๊ก’ สาวน้อยผมบ๊อบ คิ้วเข้ม ตาโต ยิ้มกว้างสดใสเป็นประกาย หน้าผากกว้างแต่สวยได้รูปในแบบที่คนชอบล้อกันว่า ‘หัวเหม่ง’ แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกอับอายแต่อย่างใด กลับดูจะสนุกเสียด้วยซ้ำ ปุ๊กเป็นรุ่นน้องวิศวะลาดกระบังถัดจากผมไปห้ารุ่น ถึงแม้จะเห็นหน้าค่าตากันพอสมควรในช่วงที่ผมมาขายนมสดที่คณะฯ แต่กว่าจะสนิทสนมกันก็เป็นช่วงใกล้จบปริญญาโทที่พระจอมเกล้าธนบุรี หรือ บางมด พูดง่ายๆว่าเราเรียน ป.ตรี และ ป.โท ที่ลาดกระบัง และบางมดเหมือนกัน ..ผมเรียนพลังงาน ส่วนปุ๊กเรียนเคมี

 

หลังเรียนจบ เราแยกย้ายกันไปตามแผนชีวิต ผมกลับลำปางเพื่อสร้างร้านโก๋กาแฟ ในขณะที่ปุ๊กได้เป็นวิศวกรที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซที่ศรีราชา  แม้จะไกลกันแต่เรายังคงสานสัมพันธ์กันต่อเนื่องด้วยการโทรศัพท์บ้าง แชททางอินเทอร์เน็ตบ้าง หรือเขียนโปสการ์ดหากันก็บ่อยครั้ง เราคุยโทรศัพท์กันแทบทุกเรื่อง เวลาที่ได้คุยกัน เธอจะเปลี่ยนจากคนพูดน้อยไปเป็นสาวคุยเก่ง ส่วนหนุ่มช่างพูดอย่างผมก็กลายเป็นหนุ่มช่างฟัง น่าแปลกที่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...ปุ๊กจะจดจำเรื่องราวเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันของผมได้อย่างแม่นยำ เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่รู้สึกว่าตัวเอง “ถูกค้นพบ” เข้าแล้ว เธอรู้สึกว่าผมเป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ ส่วนผมก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าใจในความเป็นตัวของผม

 

หลังวันสารภาพรักทางโทรศัพท์เมื่อคืนสงกรานต์ (ครับ..เธอเป็นแฟนคนแรกของผม)  ผมก็ตัดสินใจโทรขอแต่งงานกับสาวเจ้าในคืนวันลอยกระทง...ทำนองว่าขอเอาไว้ก่อน ส่วนจะพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกทีเพราะเงื่อนไขการอยู่ร่วมนั้นไม่น่าจะลงตัวง่ายนักในความคิดของผม

 

ครั้งหนึ่ง ผมเล่าให้ฟังเรื่องการคั่วกาแฟที่ได้อ่านมาจากเวบบอร์ดและหนังสือต่างประเทศ ผมบอกว่าถึงจุดหนึ่งแล้วเราจะมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง (ตอนที่เล่านั้นร้านโก๋ยังเป็นแค่โครงการที่กำลังจะลงมือสร้าง) โดยให้ปุ๊กเป็นเจ้าของ ไม่กี่วันถัดมา ปุ๊กโอนเงินให้ผมสองหมื่นบาทเพื่อเป็นเงินทุนตั้งต้นสำหรับโครงการโรงคั่วกาแฟ ผมใช้มันไปในการสร้างเครื่องคั่วกาแฟต้นแบบโดยดัดแปลงจากเครื่องคั้นน้ำส้มที่เก็บอยู่ในบ้าน เป็นอันว่าร้านโก๋กาแฟ กับเครื่องคั่วกาแฟตัวแรกนั้นสร้างขึ้นพร้อมๆกันเลยทีเดียว

 

ในที่สุด ปุ๊กตัดสินใจทิ้งงานที่กำลังไปได้ดีเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผมที่ลำปางโดยวางแผนกันคร่าวๆว่าอาจจะมาสมัครสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพราะมีตำแหน่งขาดแคลนที่คณะวิทยาศาสตร์อยู่พอดี

 

หลังงานแต่งเมื่อกลางปี 2548 ปุ๊กไม่สนุกนักกับงานสอนหนังสือ จึงตัดสินใจลาออกมารับเงินเดือนในฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ (Business Support) ซึ่งมีภารกิจช่วยกันวางแผนพัฒนาองค์กรฯ และร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ของโก๋กาแฟ ในทางปฏิบัติแล้วก็คือ งานช่วยชง ช่วยเสิร์ฟ ช่วยทำบัญชี และช่วยกันวางระบบที่ผมพยายามทำมานานแล้วแต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน จากเงินเดือนวิศวกรโรงกลั่น..ปุ๊กมารับเงินเดือน 7,000 ที่โก๋กาแฟ

 

เมื่อได้สต๊าฟคนใหม่ โก๋กาแฟก็เหมือนคอมพ์ได้อัพเกรดชิพ ...เราคิดเร็วขึ้น เรามีพลังมากขึ้น


ปุ๊กคือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่โก๋กาแฟรอมานาน เธอเข้ามาเติมเต็มให้ทั้งร้าน และชีวิตของผม!

 

 

 

 บันทึกความทรงจำ #สิบสองปีโก๋กาแฟ โดย .. ลุงกี้ อาคม สุวัณณกีฏะ




โก๋ครบโหล

โก๋ครบโหล(1) ปีที่หนึ่ง ..หัดชง
โก๋ครบโหล (3) ปีที่สาม ตะลุยเขาวงกต
โก๋ครบโหล (4.1) ปีที่สี่ โก๋รีแบรนด์ และกำเนิดปรีดา (ตอน 1)
โก๋ครบโหล (4.2) ปีที่สี่ โก๋รีแบรนด์ และกำเนิดปรีดา (ตอน 2)
โก๋ครบโหล (5) ปีที่ห้า สร้างรหัสพันธุกรรม
โก๋ครบโหล (6) ปีที่หก Red Ocean
โก๋ครบโหล (7) ปีที่เจ็ด อำลาสวนดอก
โก๋ครบโหล(8) ปีที่แปด ห้องรับแขก
โก๋ครบโหล (9) ปีที่เก้า กระบวนท่าเดียวหนึ่งหมื่นครั้ง
โก๋ครบโหล (10) ปีที่สิบ ธรรมดาเป็นพิเศษ
โก๋ครบโหล (11) ปีที่สิบเอ็ด ปลูกต้นไม้ให้หนองน้ำ
โก๋ครบโหล(12) กลับบ้าน...สร้างโรงคั่วปรีดา
โก๋ครบโหล (13) ปีที่13 การกลับมาของเต่า
โก๋ครบโหล (14) ปีที่14 ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นโชคร้าย?