ReadyPlanet.com
bulletกาแฟพิเศษ Specialty Preda
bulletกาแฟดอยช้าง Single Origin
bulletกาแฟรสสดชื่น Delight
bulletกาแฟหนักแน่น-นุุมนวล Medium Tone
bulletกาแฟรสเข้ม Bold
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletเราอยู่ที่นี่ .. เรามีกาแฟดีอยู่ที่บ้าน
bulletชงกาแฟง่ายๆ ด้วยตัวเอง
dot
Shopping cart
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletยืนยันการชำระเงิน
bulletวิธีการสั่งซื้อและเงื่อนไข
bulletEMS tracking
bulletKerry Express tracking
dot
Search


  [Help]
dot


โก๋ครบโหล(1) ปีที่หนึ่ง ..หัดชง

 โก๋ครบโหล (1) ปีที่หนึ่ง..หัดชง


ตอนเริ่มตั้งร้านกาแฟไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้!

 

ผมเคยทำร้านขายนมสดมาก่อนตอนช่วงเรียนปริญญาโท ซุ้มนมหน้าโรงอาหารคณะวิศวะฯเป็นสิ่งตอบโจทย์ความอยากทานขนมหลังอาหารเที่ยง และความอยากเครื่องดื่มแก้ง่วงยามบ่ายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นร้าน “น้มนม” ที่ร่วมกันตั้งขึ้นสนุกๆในกลุ่มนักศึกษาวิศวะลาดกระบังจึงมีกำไรตั้งแต่วันแรกเปิดกิจการ เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เรายังสามารถรวบรวมกำไรมาสร้างซุ้มนมสาขาสองที่คณะวิทยาศาสตร์ ผมก็เลยคิดว่าตัวเองพอมีดวงและฝีมือทางร้านเครื่องดื่มอยู่บ้าง จนเมื่อคิดจะกลับมาอยู่ลำปางอย่างจริงจัง โครงการทำร้านกาแฟที่เคยคิดอยากทำต่อเนื่องจากร้านนมก็ถูกเขียนแผนงานขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกว่า “ไม่น่าจะยาก”

 

ผมคิดว่าหากทำร้านกาแฟแนว Delivery น่าจะช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า และยังสามารถสร้างความรับรู้ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เร็วกว่าการตั้งร้านแล้วรออยู่กับที่ ผมกับดุ่ย เพื่อนสมัยเรียน ร่วมกันลงทุนทำหน้าร้านเล็กๆ พยายามประหยัดงบสุดๆด้วยการลงแรงทำอุปกรณ์กันเอง ทั้งเคาน์เตอร์ชง ทั้งป้ายหน้าร้าน ทั้งงานทาสีพ่นสี พาหนะดีลิเวอรี่ก็ทำเองโดยการซื้อรถสี่ล้อ (สองแถว) เก่ามากมาคันหนึ่ง ดัดแปลงห้องโดยสารให้กลายเป็นห้องเก็บสัมภาระครึ่งขวา ส่วนครึ่งซ้ายก็ทำเป็นเคาน์เตอร์ชงกาแฟเพียงแค่เปิดบานประตูติดโช้คแก๊ส ...ลวดลาย ภาพประดับรอบคันรถสีเหลืองก็ใช้เทคนิคพ่นสีแบบ air brush ทำเองแบบลูกทุ่งๆ

 

เกิดมายังไม่เคยพ่นสีรถ ก็ได้ทำกันคราวนี้

 

ก่อนเปิดร้าน ผมสมัครเรียนกาแฟคอร์สเล็กๆราคาถูกคอร์สหนึ่งเพื่อหวังสอบทานความรู้ที่พอมีอยู่บ้าง ในห้องเรียนหนึ่งวัน วิทยากรสอนด้วยเครื่องชงอัตโนมัติ ไม่มีการสอนแทมป์กาแฟ หรือความรู้ที่จำเป็นในบาร์ชงเหมือนอย่างคอร์สเรียนสมัยนี้ ที่ผมได้มาก็แค่ สูตรชงกาแฟเย็นแบบต่างๆ แต่อย่าถามว่าการทำ Shot กาแฟนั้นเป็นยังไงเลย...ผมรู้น้อยมากจริงๆ

 

แต่ตอนนั้นคิดว่าเรารู้ “พอใช้งาน” แล้ว

 

ผมซื้อเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบใช้งานภายในบ้านยี่ห้อ La Pavoni เป็นเครื่องชงหลัก โดยใช้เครื่องบดแบบมือหมุนราคาเพียงแค่พันกว่าบาท เราลงทุนผ่อนเครื่องชงแบบอัตโนมัติราคาสามหมื่นกว่าบาทไว้อีกเครื่องหนึ่งเพื่อใช้ในธุรกิจจัดเบรคกาแฟ แนวทางของเราคือทั้ง Delivery และจัดเบรคในงานประชุมต่างๆจะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ หรือ Key of success

 

เปิดขายวันแรก ขายได้ประมาณ 700 กว่าบาท ซึ่งก็เป็นยอดจากแขกเหรื่อคนสนิทที่มาร่วมงานเปิดทั้งนั้น ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่เลวสำหรับวันแรก วันถัดมาเหลือ 200 ก็ปลอบใจกันว่ายังใหม่ คนยังไม่รู้จัก ..ผ่านไป 3 เดือน ยอดเฉลี่ยของร้านโก๋ก็ยังคงอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น!

 

ผมเอารถเหลืองที่เราเรียกกันว่า “รถโก๋” ออกหาออเดอร์ตามสำนักงานเทศบาล อบจ. และอำเภอ โดยใช้วิธีเริ่มจากให้พี่สาวหรือเพื่อนที่ทำงานในนั้นช่วยโทรมาสั่ง แล้วพอเราเอารถไปส่งถึงที่ ก็จะได้ยอดขายเพิ่มเติมจากโต๊ะทำงานข้างๆบ้าง ห้องทำงานใกล้เคียงบ้าง บางทีก็เดินขึ้นตึก ลงตึกไปชั้นอื่นๆเพื่อให้ได้ยอดมากที่สุด ภาพที่่เกิดประจำวันในตอนนั้นก็คือผมแบกกล่องใส่เหยือกกาแฟที่ชงพร้อมรินเสิร์ฟ มีลูกน้องอีกหนึ่งคนช่วยถือกระติกน้ำแข็งที่พอสำหรับประมาณ 10 แก้ว เดินเข้าออกตึกสำนักงานราชการด้วยกันทุกบ่ายวันจันทร์ถึงศุกร์ ถึงขนาดบุกหาลูกค้าขนาดนี้ เราก็ยังทำยอดรวมได้แค่หลักร้อยต่อวันอยู่นั่นเอง โดยมียอดส่วนใหญ่จากการออกรถไปหาลูกค้า ส่วนยอดจากหน้าร้านก็ยังอยู่แค่ 200-400 บาทต่อวัน

 

มีครั้งหนึ่ง ผมลองไปจอดรถขายที่ตลาดนัดคลองถม จองที่กันตั้งแต่บ่ายสาม ตลาดเริ่มสี่ห้าโมงเย็น นึกแล้วยังขำที่ขายจนเกือบสามทุ่มยังได้ยอดมาแค่ 125 บาท ..คือขายได้ 5 แก้วนั่นเอง!

 

ผ่านไปหกเดือน เงินทุนชักร่อยหรอเพราะขาดทุนทุกเดือน ผมหาเลี้ยงชีวิตและเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมด้วยงานพิเศษซึ่งก็ทอนเวลาที่ให้กับร้านกาแฟของตัวเองไปเสียครึ่งหนึ่ง ต้องปล่อยให้พนักงานช่วยดูหน้าร้านกันไป เมื่อมองย้อนกลับไปก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ร้านก้าวหน้าไปได้ช้ามาก...หากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาดูแล แล้วจะให้ร้านเจริญขึ้นอย่างใจฝันนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร?

 

พยายามปลอบใจตัวเองให้ชุ่มชื่นยังไงก็ไม่ค่อยไหว ..ผมกับหุ้นส่วนเครียดหนักขึ้นทุกวัน อาการทางจิตชนิดหนึ่งของคนขายของไม่ได้ก็คือ เวลาว่างก็เดินออกไปยืนหน้าร้านคอยชะเง้อดูรถราที่ผ่านเข้ามาในซอย เผื่อจะมีคันไหนชะลอแล้วจอดหน้าร้านเราบ้าง ผมเป็นอย่างนั้นประจำเลยครับ

 

ปีแรกของโก๋กาแฟนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า...ความคิดที่จะเลิกทำมีผ่านเข้ามาในหัวสมองของผมบ่อยๆ

 

นับเป็นปีที่เริ่ม “หัดชง” จริงๆ

 


บันทึกความทรงจำ #สิบสองปีโก๋กาแฟ โดย .. ลุงกี้ อาคม สุวัณณกีฏะ

 




โก๋ครบโหล

โก๋ครบโหล(2) ปีที่สอง รักระหว่างรบ
โก๋ครบโหล (3) ปีที่สาม ตะลุยเขาวงกต
โก๋ครบโหล (4.1) ปีที่สี่ โก๋รีแบรนด์ และกำเนิดปรีดา (ตอน 1)
โก๋ครบโหล (4.2) ปีที่สี่ โก๋รีแบรนด์ และกำเนิดปรีดา (ตอน 2)
โก๋ครบโหล (5) ปีที่ห้า สร้างรหัสพันธุกรรม
โก๋ครบโหล (6) ปีที่หก Red Ocean
โก๋ครบโหล (7) ปีที่เจ็ด อำลาสวนดอก
โก๋ครบโหล(8) ปีที่แปด ห้องรับแขก
โก๋ครบโหล (9) ปีที่เก้า กระบวนท่าเดียวหนึ่งหมื่นครั้ง
โก๋ครบโหล (10) ปีที่สิบ ธรรมดาเป็นพิเศษ
โก๋ครบโหล (11) ปีที่สิบเอ็ด ปลูกต้นไม้ให้หนองน้ำ
โก๋ครบโหล(12) กลับบ้าน...สร้างโรงคั่วปรีดา
โก๋ครบโหล (13) ปีที่13 การกลับมาของเต่า
โก๋ครบโหล (14) ปีที่14 ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นโชคร้าย?