ReadyPlanet.com
bulletเราอยู่ที่นี่ .. เรามีกาแฟดีอยู่ที่บ้าน
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletวิธีการสั่งซื้อและเงื่อนไข
bulletยืนยันการชำระเงิน
dot
Shopping cart
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางห้องปฏิบัติการ
bulletชงกาแฟง่ายๆ ด้วยตัวเอง
dot
Search


  [Help]
dot


เส้นทางสายไหน


เส้นทางสายไหน(1) เฮือกสุดท้ายในดงท้อ

การประเมินหนทางว่ายังมีความเป็นไปได้หรือไม่นั้นสำคัญมาก เพราะว่าต้องใช้การประเมินสถานการณ์รอบตัวและแนวโน้มในอนาคตที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดกาแฟที่เรายังเห็นว่ามีคนทานกาแฟเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยังมีช่องว่างในพื้นที่อยู่มากพอเพราะว่ายังไม่มีร้านกาแฟเจ้าใดที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ได้จริง ฯลฯ 

 

เส้นทางสายไหน (2) คำตอบอยู่ที่นี่

 ทำร้านกาแฟ ไม่ใช่เพียงแค่รู้จักสูตรชง รู้จักเครื่องชง แต่ยังต้องรู้เรื่องหลักการค้าขาย หลักการคบหาผู้คน หลักการทำงานที่ถูกต้อง ทัศนและความเข้าใจทางศิลปะ กระทั่งย้อนกลับมาตั้งคำถามเกี่ยวกับความรู้กาแฟที่เคยรู้มานั้นว่ามันเพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพเจ้าสิ่งที่ต้องขายอยู่ทุกวันนี้หรือไม่? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการละเลยที่จะเข้าใจใน “คน” ซึ่งเราต้องพบปะสัมพันธ์อยู่ทุกวันโดยอาชีพ

 

เส้นทางสายไหน (3) กาแฟขม?

 หากมองให้ลึก...คนกินกาแฟแสวงหา “ความสุข” จากการกินกาแฟ ซึ่งความสุขนั้นเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับ “ใจ” ของมนุษย์..ผ่านการรับรู้ทางอวัยวะรับสัมผัสคือ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย และ ใจ ดังนั้นความสุขจากภายในร้านกาแฟที่ลูกค้าแสวงหา จึงไม่ใช่เพียงแค่ได้รับเครื่องดื่มที่สังแล้วก็จบกัน แต่จำเป็นต้องได้เห็นสิ่งที่สบายตา เสียงที่สบายหู ..ไปจนถึงความรู้สึกจากสิ่งมีชีวิตรอบข้างที่ส่งเข้ามาให้ใจเขารับรู้ได้อีกด้วย

เส้นทางสายไหน(4)คนไม่สำคัญนั้นสำคัญ

คนชงกาแฟหรือบาริสต้า ยิ่งมีประสบการณ์ก็อาจเกิดความรู้สึกเชื่อมั่น เก่งกาจ เริ่มคิดว่าเรารู้มาก เห็นมาก ดังนั้นจึง “สำคัญมาก” ..ซึ่งผมเชื่อว่ามีร้านกาแฟไม่น้อยที่ต้องเจอกับปัญหากูก็เก่ง มึงก็เก่ง จนพาลเกิดแบ่งพรรคแบ่งพวกหรือหวงวิชาเพื่อรักษาความสำคัญของตัวเองของรุ่นพี่ บางกรณียังเคยเจอถึงขั้นชงแบบหนึ่งให้ลูกค้าถูกใจแต่บอกเพื่อนร่วมงานว่าชงอีกแบบ พอมาถึงคราวที่เพื่อนมาชงให้ลูกค้าคนเดียวกันก็เลยกลายเป็นชงผิดไปจากความคาดหวังเดิมของลูกค้า แล้วก็โดนตำหนิ เสียหายทั้งคนเสียหายทั้งร้าน!

 

เส้นทางสายไหน(5)ความรักในอาชีพ

 การขายกาแฟ ไม่ได้จะมีแต่เรื่องกาแฟ กาแฟ และกาแฟเท่านั้น แต่ยังต้องมีเรื่องของคน ของบัญชี การตลาด ซึ่งเป็นงานด้านบริหาร และอีกส่วนหนึ่งที่เป็นงานใช้แรงงานทั้ง กวาด ล้าง เช็ดถู เสิร์ฟ และ..เหนื่อย!


ยังไม่ต้องพูดถึงชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยายตรงที่แทบทุกคนล้วนผ่านภาวะพิเศษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “การถูกดูแคลน!”

ผมว่าคนทำร้านกาแฟแทบทุกคนต้องเคยถูกตั้งคำถาม(อาจด้วยคำพูดหรือด้วยสายตา) ว่าหางานทำไม่ได้หรือถึงต้องมาขายกาแฟ? บางคนเหมารวมเอาว่าเราเป็นพวกขี้เกียจ ..เรื่องทำนองนี้หากใครเงินทุนหนาพอเปิดร้านดูใหญ่โต ดูมีแบรนด์ก็อาจจะเจอคำถามน้อยหน่อย แต่คนที่เปิดร้านใหญ่โตนั้นก็คงต้องแบกรับความเสี่ยงด้านอื่นๆกันไป จนเมื่อถึงวันที่ร้านมีปัญหา (ซึ่งอย่างไรก็ต้องมีปัญหากันบ้าง) เขาก็จะโดนคำถามอย่างนั้นอยู่ดี

เส้นทางสายไหน(6) โยนลูกบอลไปยังที่ว่าง!

 ในร้านกาแฟบางทีก็คล้ายสนามฟุตบอล


ผมเห็นน้องกันในตำแหน่งรับออเดอร์ เพิ่งรับบอลที่เขี่ยออกจากเท้าของลูกค้า..เขาแต่งบอลเล็กน้อยก่อนจ่ายไปที่กองกลางห้องเครื่องสองคน คนหนึ่งเลี้ยงลูกออกปีกซ้ายตามสายการชงคาปูชิโน ส่วนอีกคนพาบอลไปทางขวาตามแนวสายห้องครัว..แซนด์วิชทูน่า 2 ชิ้นคงใช้เวลาไม่นานนัก!

เส้นทางสายไหน(7) “สันโดษ” คาถาเด็ด

 เมื่อเราหยุดการคิดเปรียบเทียบปัจจุบัน (ที่ยังไม่เห็นดอกเห็นผลจากเรียวแรง) กับความฝันที่ตั้งเอาไว้ หรือหยุดการเหม่อมองหา “ผลลัพธ์” ใดๆที่ยังมาไม่ถึง แต่สนใจกับการทำ “เหตุ” ให้ออกมาดีที่สุด เมื่อนั้นเราก็…”สันโดษ” ซึ่งผมก็ได้พบว่ามีเรื่องดีๆเรื่องสนุกๆมากมายตอนชงกาแฟ ตอนคุยกับลูกค้า ตอนหาแนวทางปรับปรุงร้านร่วมกันกับทีมงาน ตอนที่พบเห็นปัญหาแล้วต้องใช้กระบวนการค้นหาสาเหตุที่เกิดขึ้น และจนถึงตอนที่กาแฟของเรามันอร่อยขึ้น

เส้นทางสายไหน(8) ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม!

 กล่าวสำหรับโลกของกาแฟโดยเฉพาะ..ถึงแม้ว่าจะมีร้านกาแฟอยู่แทบทุกหัวมุมถนน แต่เชื่อหรือไม่ว่าคอกาแฟทั้งหลายยังคงรู้สึกกระหาย รู้สึกขาดแคลนกาแฟดี มีคุณภาพ ..พวกเขาเสาะหามันอยู่ตลอดเวลาเพราะว่ากาแฟดีนั้นยังมีน้อยเกินไปจริงๆ บางคนถึงกับไม่ยอมกินกาแฟในร้านละแวกบ้านที่มีอยู่นับสิบร้านแต่กลับขับรถดั้นด้นออกไปไกลหลายกิโลเพื่อสร้าง “ห้วงยามแห่งความปรีดา” ให้กับวันอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา

 

เส้นทางสายไหน(9) คู่ต่อสู้

 เคยมีอยู่คืนหนึ่ง เรายกเมล็ดที่คั่วแล้วมาทำการคัดที่กลางลานภายในบ้าน เมื่อคัดเเสร็จ..ปุ๊กยกโถบรรจุเมล็ดขึ้นเพื่อจะย้ายมาจัดเรียงให้เข้าที่ แต่ความที่เผลอปิดฝาไว้ไม่แน่นพอเมื่อจับฝาแล้วยกขึ้น น้ำหนักของกาแฟราว 3 กก. ก็พาให้ตัวโถหลุดออกจากฝาเกลียว ทิ้งเมล็ดกาแฟกระจายเกลื่อนพื้น!


เราสองคนนั่งมองเมล็ดกาแฟที่กระจัดกระจายอยู่นิ่งๆเหมือนคนโดนสะกดจิต เรี่ยวแรงที่จะต้องลุกขึ้นเดินตามเก็บเพื่อกลับมาเช็ดทำความสะอาดอีกครั้งนั้นแทบจะไม่มีเหลือกันแล้ว คำถามคำตอบมากมายพากันประดังเข้ามาในหัวของผม แต่ก่อนที่จะหาคำตอบอะไรได้ทันนั้นก็มีเสียงตะโกนจากข้างในหัวใจออกมาว่า

“..ไม่ไหวแล้วโว้ย!” ….แล้วเราสองคนก็เริ่มร้องไห้

เส้นทางสายไหน(10) ความสูญเสีย

 หลังจากเริ่มลงมือปฏิบัติการปรับปรุงการรับออเดอร์ด้วยจิตสำนึกที่เห็นคุณค่า ผมพบว่าเรื่องง่ายๆนี้ให้ผลดีเกินคาด! ขยะถ้วยพลาสติกภายในร้านลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เหลือลงถังขยะร่วม50-60 ใบ กลับกลายเป็นเหลือกลับมาราว 20-30 ใบต่อวัน ซึ่งส่วนที่ยังคงเห็นกลับมานั้นก็อาจเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนของลูกค้า เช่น ตั้งใจซื้อกลับบ้านแต่บังเอิญคุยธุระกันนานกว่าที่คิดจนดื่มหมดแก้วไปเสียแล้ว..ส่วนนี้ก็คงไม่ว่ากัน


ผลดีในทางเศรษฐกิจที่เราได้โดยตรงก็คือ ‘การประหยัด’ มองอย่างคร่าวๆ เราสามารถประหยัดต้นทุนลงไปได้ไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อวัน คำนวณเป็นรายเดือนก็ร่วม 3,000 บ.ต่อเดือน! เห็นตัวเลขคร่าวๆนี้แล้วก็รู้สึกว่าไม่ใช่เงินเล็กน้อยเสียแล้ว 

เส้นทางสายไหน(11) กาแฟกับวัตถุนิยม

 ร้านกาแฟจำเป็นต้องวัตถุนิยมหรือไม่?...ผมคิดว่าไม่จำเป็น!

จริงอยู่ว่ากาแฟเป็นเรื่องของการดื่มกินหรือเรียกว่าการ “เสพ” แต่บางคนยิ่งดื่มยิ่งสนุกฟุ้งซ่าน บางคนยิ่งดื่มก็ยิ่งสงบ รำงับ!?

คนขายกาแฟ บางคนยิ่งขายได้ก็ยิ่งเมามั
น แต่บางคนยิ่งขายกลับยิ่งโอนอ่อนยิ่งถ่อมตน!?

ดังนั้นการทำกิจการงานใดก็ต
ามของมนุษย์บางครั้งมองเพียงรูปแบบทั่วไปอาจไม่สำคัญเท่ากับมองเข้าไปให้ลึกว่า “ผู้ทำงานนั้นเขาทำด้วยจิตใจ หรือความรู้สึกชนิดใด?” อย่างกรณีวัตถุนิยมนี้ หากทั้งคนขายและคนกินทำแบบหลงๆ มันก็หลงๆ หากทำแบบฉลาด มันก็ฉลาด

เส้นทางสายไหน(12) ไม่เอ่ย ไม่ปล่อย?

 เมื่อผมเปลี่ยนวิธีการทำงานของตัวเองจาก “ไม่เอ่ย” เป็น “ไม่ปล่อย” ทันทีที่เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น และไม่ยอมให้เรื่องที่ต้องจัดการนั้นทอดเวลาเนิ่นนานไปจนเกินการณ์ ร้านที่เคยเฉื่อยชาก็กลับมาเป็นร้านที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา พวกเรามีระเบียบวินัยมากขึ้นเพราะความเข้มงวดกวดขัน ทุกคนขยันใกล้เคียงกันจนไม่มีใครรู้สึกว่าถูกเพื่อนเอาเปรียบ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีลูกค้าก็ไม่มีใครนั่งเล่นมือถือฆ่าเวลาเพราะมีงานจัด งานเตรียม งานพัฒนาร้านรอให้ทำอีกมาก

เส้นทางสายไหน(13) ลูกค้าเคยเป็นพระเจ้า

"น้องคิดยังไงกับคำว่า 'ลูกค้าคือพระเจ้า?'...เห็นด้วยหรือว่าไม่เห็นด้วย?"
สต๊าฟทดลองงานมักจะถูกผมยิง
คำถามนี้กันแทบทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะตอบว่าเห็นด้วย เพราะเหตุผลที่ว่าลูกค้าคือคนที่กำหนดความอยู่รอดของเรา ถ้าเขาไม่เข้าร้านมาใช้จ่าย เราก็อยู่ไม่ได้

แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่แสดงควา
มอึดอัดเมื่อถูกถามแบบนี้ เพราะบางคนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีนักกับการถูกคำว่า "ลูกค้า" มากดทับความเป็นมนุษย์ของเขา สำหรับใครที่เคยเผชิญกับลูกค้าประเภทที่ยิ่งใหญ่คับร้านก็คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี

ความคิดเห็นของคนเราบางครั้
งก็ไม่มีผิดหรือถูก แต่จำเป็นอยู่ไม่น้อยที่ต้อง "ชัดเจน"

เส้นทางสายไหน(14) ที่ชงกาแฟมิใช่เครื่องจักร ..ที่ชงกาแฟคือ "คน"

เส้นทางสายไหน(14) ที่ชงกาแฟมิใช่เครื่องจักร ..ที่ชงกาแฟคือ "คน"

 

จริงอยู่ที่กาแฟแบบเอสเปรสโซบาร์ต้องใช้เครื่องชงที่มีประสิทธิภาพสูง เชื่อใจได้ แต่นั่นก็ยังไม่มีความหมายเท่ากับความจำเป็นต้องพึ่งพา "คน" ที่ไว้ใจได้!

ร้านกาแฟที่ดีจึงต้องมุ่งเน
้นไปที่การสร้าง "คน" ที่สามารถไว้ใจได้เป็นสำคัญ ภายใต้วัฒนธรรมที่เอื้ออำนว

เพราะที่ชงกาแฟมิใช่เครื่อง
จักร ..ที่ชงกาแฟคือ "คน!"

 

 

เส้นทางสายไหน (17) ฟันเคียวฉับลงไป!

ในห้วงเวลาที่คั่วกาแฟจวนถึงจุดท้ายสุด จะเป็นช่วงที่กาแฟมีความร้อนสูงมาก (ระหว่าง190-220 องศาเซลเซียส แล้วแต่ระดับความเข้ม) ปฏิกริยาเคมีอันเป็นต้นกำเนิดของสารประกอบที่ให้กลิ่น-รสกว่า1000 ชนิด ก็กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้นคนคั่วจึงต้องทำงานแข่งกับเวลาทั้งมองลักษณะสี กลิ่นที่เปลี่ยนไปตลอด, ฆานประสาทต้องเปิดรับกลิ่นพิเศษที่กำลังพัฒนาลักษณะเด่นขึ้นตามความเข้ม..เช่น หากต้องการให้ได้ความเป็นชอคโกแลตโดดเด่น ก็อาจต้องรอให้กาแฟผ่านพ้นกลิ่นโกโก้ในช่วงเข้มปานกลาง(Full city) เพื่อให้โกโก้นั้นกลมกล่อมขึ้นเป็นชอคโกแลตที่ระดับค่อนข้างเข้ม(Vienna) เป็นต้น เมื่อทุกอย่างมาถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้..."หยุดการคั่ว" คือการตัดสินใจสุดท้าย!

เส้นทางสายไหน (18) จุดไม่ขาย

บางครั้งยิ่งเราพยายามสร้าง หรือพยายามหา”จุดขาย” เราก็ยิ่งอุปโลกน์ ยิ่งเติมแต่งร้านรวงเสียจนห่างไกลความเป็นตัวเอง และผู้คนก็สับสนว่าที่จริงแล้วธุรกิจของเราเป็นธุรกิจที่ส่งมอบอะไรกันแน่? ..ตรงกับความต้องการของเขาไหม?

การมุ่งตรงไปที่ “ความต้องการ”หรืออุปสงค์ (Demand) กับ  “สิ่งเติมเต็มความต้องการ” หรืออุปทาน (Supply) นั้นจึงมีประโยชน์และเป็นของจริงมากกว่าการพยายามสร้างความแตกต่างหรือโฆษณาว่าเหนือกว่า ส่วนความแตกต่างนั้น หากเราลองไม่ต้องไปสนใจมัน แต่ทำงานในแบบที่เป็นตัวของตัวเองให้ได้ ผมว่า “ความแตกต่าง” กลับจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นความแตกต่างโดยเนื้อแท้อีกด้วย

เส้นทางสายไหน (19) แบรนด์บ้าน

หาก”แบรนด์บ้าน” สามารถรักษาคุณภาพของกาแฟให้ดีพอที่จะเป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่นได้ ก็จะไม่สูญเสียพื้นที่สำคัญของตัวเองไปให้แบรนด์ใหญ่ ส่วนในบางจุดที่เป็นข้อเด่นของแบรนด์ใหญ่นั้น แบรนด์บ้านก็ไม่ควรต้องไปนึกเสียดายอยากได้ลูกค้ากลุ่มนั้นของเขา เพราะถึงอย่างไรเราก็ไปเป็นแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว พูดง่ายๆว่าถึงไม่มีเขาเราก็ใช่ว่าจะได้พื้นที่(ในใจคน)นั้นมา

ในทางตรงกันข้าม แบรนด์ใหญ่ก็ใช่ว่าจะไม่เหนื่อย เขาเองก็มีความยากลำบากในแบบของเขา

เราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขหากต่างก็รู้จักตัวเองและต่างรู้พื้นที่อันเป็นขอบเขตการดำรงอยู่ของตน

เส้นทางสายไหน(20) เป็นให้จริงในสิ่งที่พูด’เสมอ’

 เรื่องการตลาดนี้เป็นเรื่องที่จะว่ายากก็ยาก แต่จะว่าง่ายก็ง่าย สมัยก่อนผมเหนื่อยมากกับการคิดคำโฆษณาที่ต้องประดิดประดอย ตกแต่งถ้อยคำหรือการคิดโปรโมชั่นให้โดนใจลูกค้าจนคิดว่าเรื่องการตลาดนี่ยากจังเลย แต่เมื่อเราเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ว่าการสื่อสารนั้นสำคัญยิ่งกว่าการโฆษณา และการเข้าถึงตัวเองนั้นอาจจะสำคัญมากกว่าการเข้าหาลูกค้า...เรื่องการตลาดก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ ‘เรียบง่าย’ กว่าที่คิด


เส้นทางสายไหน(21) นายทุนคุณแม่

 แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยเลย แต่แม่ก็เป็นผู้ลงทุนให้เงินก้อนแรกในการใช้ตั้งต้นลงทุนเปิดร้านกาแฟในฝัน(ตอนนั้นแม่ไม่มีเงินสดอยู่ในมือ ดังนั้นจึงต้องใช้ที่ดินที่มีเก็บอยู่แปรเป็นเงินสดเพื่อให้ผมใช้ลงทุน) เพราะแม่เคารพการตัดสินใจของลูกแม้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจหรืออาจทำให้แม่ต้องทุกข์ยากลำบากใจก็ตาม..วิถีของครอบครัวเราเป็นอย่างนี้เสมอมา และนั่นคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาได้

เส้นทางสายไหน(22) หนึ่งอาทิตย์หนึ่งคำถาม

 ความเข้าใจในองค์กรและงานที่พวกเขากำลังเกี่ยวข้องอยู่ด้วยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ระหว่างการพูดคุยหลายครั้งผมไม่ได้เล่าหรืออธิบายว่ากาแฟนั้นดีอย่างไร หรือเราเก่งแค่ไหนเลย เพราะร้านกาแฟเป็นเรื่องของผู้คนมากกว่ากาแฟ ดังนั้นพื้นฐานแรกที่พวกเขาต้องรู้คือเรื่องของหน้าที่ และทัศนคติที่มีต่องานและผู้คนที่เหมาะสม

เส้นทางสายไหน(23) คณิตศาสตร์ของกาแฟ

ที่จริง สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรามีหน้าที่ค้นหามันให้พบตามความจำเป็นในการดำรงชีวิต อย่างเช่นเมื่อผมทำงานคั่วกาแฟ ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ค้นคว้าให้ได้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิมบ้าง

 

แต่ไม่ว่าตัวเลขหรือตัวแปรจะวุ่นวายซับซ้อนอย่างไร สมการกำกับการทำงานของผมก็ยังคงเป็นรูปแบบเรียบๆง่ายๆอยู่ดี

นั่นคือ...

(ความรู้ + ประสบการณ์ ) x การวิเคราะห์ = ผลงาน

เส้นทางสายไหน(24) งานที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้

 โนบุคิดว่า โรงงานใหญ่ที่มีเครื่องจักรใหญ่ๆ สามารถผลิตของได้มากสู่ท้องตลาด..สุดท้ายก็จะทำของที่มีขายอยู่ทั่วไปจำนวนมากในราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ โรงงานอย่างนี้กำลังเกิดใหม่ขึ้นทุกวันกระทั่งอาจจะเรียกได้ว่ามีอยู่เยอะแยะ  แต่โรงงานเล็กๆที่มีฝีมือจนสามารถจะทำงานยากๆได้นั้นมีอยู่น้อยมาก

 

เขาจึงตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับโรงงานของตัวเองที่จะทำ “งานที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้!”

เส้นทางสายไหน(25) สิ่งที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้

 จุดได้เปรียบตลอดกาลทั้งในวันนี้และในวันหน้าของธุรกิจบริการ..คือ “คนที่เข้าใจตนเอง” และ “คนที่เข้าใจ..คน”  สิ่งนี้จะแปรเปลี่ยน เติบใหญ่เป็น ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และบริการที่ประทับใจ ซึ่งเป็นการันตีความอยู่รอดในระยะยาว

 

จะปลาใหญ่หรือปลาเล็ก..สำคัญที่สุดคือ การมีชีวิตสืบต่อไป!

เส้นทางสายไหน(26) กากกาแฟร่วมบุญ

 เมื่อหันมามองกากกาแฟแจกฟรี..ผมรู้สึกว่ามันสามารถทำประโยชน์ได้มากกว่านั้นและคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลที่คิดได้ใหม่

 

ดังนั้นร้านโก๋กาแฟจึงเปลี่ยนใจมา “ขาย” กากกาแฟแทนที่จะแจกฟรี! เราชาวโก๋ช่วยกันแพ็คกากกาแฟอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนเดิมแต่จำหน่ายในราคาถุงละ 10 บาท โดยเรียกว่า “กากกาแฟร่วมบุญ” ลูกค้าคนไหนอยากได้ไปใช้ก็หย่อนเงิน 10 บาทลงกล่องหน้าตาเหมือนกล่องบริจาคแล้วหยิบไปหนึ่งถุงได้เลย

 

Social Enterprise แบบท้องถิ่นก็เริ่มง่ายๆ กันที่ “กาก” นี่แหละ!

เส้นทางสายไหน(27) บทสนทนาอันอบอุ่น

 มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมในวัยเด็กน้อยที่เพิ่งจะรู้ว่าลูกอมไม่ใช่ของฟรี แอบเห็นว่าเถ้าแก่ร้านของชำกำลังง่วนหาของอยู่หลังร้าน มือที่ไวกว่าความคิดก็แอบคว้าฮอลล์จากกระจาดใบเล็กขึ้นหนึ่งเม็ดมาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง!

 

พ่อคว้ามือน้อยๆไว้ทันใด แล้วกระซิบสั่งเฉียบขาดให้ผมวางของกลางกลับที่เดิม!


หน้า 1/1
1
[Go to top]