ReadyPlanet.com
bulletเราอยู่ที่นี่ .. เรามีกาแฟดีอยู่ที่บ้าน
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletวิธีการสั่งซื้อและเงื่อนไข
bulletยืนยันการชำระเงิน
dot
Shopping cart
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
bulletผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางห้องปฏิบัติการ
bulletชงกาแฟง่ายๆ ด้วยตัวเอง
dot
Search


  [Help]
dot


เวลาว่าง (10) เส้นทางตัดใหม่

 เวลาว่าง (10) เส้นทางตัดใหม่


“ปอ” เรียนจบรามฯและทำงานในเมืองกรุงอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผลทางสุขภาพจึงต้องลาออกจากงาน หลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจกลับมาลำปางเพื่ออยู่กับแม่และครอบครัวของพี่สาว ...เนื่องด้วยบุคลิกที่ดูซื่อๆตรงไปตรงมา ทำให้เราตกลงรับปอเข้ามาเป็นพนักงานทดลองงานของโก๋กาแฟ

 

ระบบการทดลองงานของที่ร้าน กำหนดให้พนักงานต้องผ่านการทดสอบหลายด่าน ทั้งการดูความสอดคล้องของนิสัยใจคอและคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องใกล้เคียงกับเพื่อนโก๋ส่วนใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า “โก๋DNA” จากนั้นจึงดูความสามารถในการรับผิดชอบหน้าที่ประจำที่ได้รับมอบหมาย ไปจนถึงด่านสุดท้ายคือพัฒนาการทางทักษะและความคิด ที่ต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมกับเวลาที่ผ่านไป ..การทดสอบเหล่านี้ใช้ระยะเวลารวมประมาณ 3 เดือน

 

ปอผ่านด่านต่างๆไปได้ด้วยดี ผมสังเกตว่าเธอเป็นเด็กช่างคิดและกล้าแสดงออก อีกทั้งยังสามารถหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาประกอบการตัดสินใจหรือพัฒนางานที่ได้รับมอบหมาย หากจะมีข้อด้อยอยู่บ้างก็ตรงที่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของร่างกายขณะทำงาน (ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำออเดอร์ต่างๆ) ซึ่งเป็นสิ่งที่ปกติแล้วจะเพิ่มขึ้นเองตามความคุ้นเคยและความชำนาญ

เมื่อจวนถึงกำหนดประเมินผลการทดลองงานครั้งสุดท้าย ปอกลับขอถอนตัวจากการทดลองงานด้วยเหตุผลทางครอบครัว ถึงแม้ผมจะนึกเสียดายแต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเธอ โดยเราตกลงร่วมกันว่าปอจะทำงานไปอีกหนึ่งเดือนเพื่อรอให้ทางร้านสามารถจัดหาคนเข้ามาทำงานแทนตำแหน่งที่กำลังจะขาดไป

 

 

ห้าโมงเย็นวันนั้น...เราคุยกันในฐานะเจ้านาย-ลูกน้องเป็นครั้งสุดท้าย

“บอกตรงๆ ว่าพี่เห็นศักยภาพของหนู ทักษะเรื่องภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ น่าจะเปิดโอกาสให้ตัวหนูได้ไปทำงานเมืองนอกด้วยซ้ำ”

 

“ที่จริงก็พอมีช่องทางค่ะ แต่หนูไม่แน่ใจว่าจะไปดีหรือเปล่า..ถ้าจะไปก็อาจจะแค่อยากไปสัมผัส แล้วก็กลับบ้าน” ปอตอบ

 

“ปอมีความฝันอะไร?” ผมถามต่อ

 

“หนูเป็นเด็กติดบ้าน อยากอยู่กับแม่ อยากดูแลแม่ ก็เลยคิดว่าจะเอาที่ดินที่พ่อเหลือไว้ให้มาเปิดเป็น home stay ค่ะ” พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ ปอก็ร้องไห้ขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ตลอดสามเดือนที่ทำงานร่วมกันมานั้นเราจะเห็นและรู้สึกว่าเธอเป็นเด็กแกร่งคนหนึ่ง

 

ปอเล่าถึงเหตุการณ์สูญเสียพ่อไปอย่างกระทันหันด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันเมื่อสองปีก่อน จนกลายเป็นแรงดึงให้เธอรู้สึกอยากกลับมาอยู่บ้านที่ลำปาง ...เมื่อฟังถึงตอนนี้ทำให้ผมหวนนึกถึงฉากชีวิตของตนเองที่ต้องเสียพ่อไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นกันเมื่อสิบสี่ปีก่อน...ไตวายเฉียบพลันกับหัวใจล้มเหลวนั้นเหมือนกันตรงที่ทั้งคนตายทั้งคนเป็นต่างแทบไม่ทันได้เอ่ยร่ำลากันแม้สักประโยค

“ความฝันหนูเรียบง่ายมาก” ผมเอ่ย

“พี่เห็นด้วยที่หนูคิดกลับบ้านและสนับสนุนความพยายามที่จะรักษาความฝัน ถ้าตัวเองรู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ตรงไหน เราก็จะไม่เสียเวลาเดินทางอ้อมไปไกล พอเราเอาโจทย์ว่าจะอยู่บ้านเป็นตัวตั้ง เดี๋ยวหนทางมันจะตามมาเอง”

 

“มีคนอยากกลับมาอยู่บ้านกันเยอะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะมาทำอะไรเพราะโอกาสงานที่ลำปางมันมีน้อย” ปอรำพึง

 

ผมยกกล่องทิชชู่ที่วางตรงหน้าขึ้นมา

 

“สมมติว่านี่คือที่ป่ารกร้าง เราอาจไม่เห็นทางว่าจะเดินผ่านมันเข้าไปได้ยังไง แต่หากมองให้ดีมันมีทางเดินเข้าไปอยู่”

 

“อยู่ไหนคะ?”

 

“ตรงไหนสักที่น่ะแหละ ทางมันมี แต่ยังไม่เกิด...เราต้องถางสร้างขึ้นเอง

 

คนส่วนใหญ่ไม่สามารถทำตามฝันได้เพราะมองไม่เห็นหนทางก็เลยหยุดความพยายามอยู่แค่นั้น แต่คนที่ทำสำเร็จมักคือคนที่ลงมือสร้างทางนั้นขึ้นมาเองด้วยมือ จนในที่สุดแล้วหนทางที่ไม่เคยมีอยู่ก็กลับเกิดขึ้นจริง เราเรียกว่า เส้นทางตัดใหม่ ผมตอบ

 

หากจะสังเกตให้ดี  ‘การประสบความสำเร็จ’ กับ ‘การเป็นนักบุกเบิก’ นั้นมักจะเกี่ยวข้องกันอยู่เสมอ

 

ในกรณีของปอ เส้นทางมันอาจจะไม่ได้ลัดตรงไปที่การสร้างโฮมสเตย์ขึ้นที่บ้านเพราะต้องใช้ทั้งเงินทุน สภาพตลาดที่เอื้ออำนวย และองค์ความรู้อีกหลายอย่าง  สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการเวลาบ่มเพาะ กระทั่งจังหวะชีวิตที่ลงตัว แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่ละทิ้งเป้าหมายไปเสียกลางคัน การตัดสินใจดำเนินชีวิตของเจ้าตัวก็คงไม่ไปไหนไกลบ้านมากนัก


หากเธอจะยังไม่ลืมว่า เป้าหมายสำคัญนั้นคือ “บ้าน” ..มิใช่ โฮมสเตย์!

 

เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกเสียดายโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับเด็กมีแวว แต่เส้นทางชีวิตของมนุษย์เราบางทีก็คล้ายกับถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เพื่อนร่วมทางที่พบเจอล้วนแต่พบกันชั่วคราวด้วยกันทั้งนั้น จะสั้นหรือยาวสุดท้ายก็ต้องอำลาแล้วตั้งหน้าเดินกันต่อไป หากมองในแง่ดีก็ไม่แน่ว่าอาจบังเอิญได้พบกันอีกที่สี่แยกไหนสักแห่งก็ได้

 

ในความรู้สึกของผม...บทสนทนาสุดท้ายระหว่างเราไม่ใช่คำอวยพร ‘ขอให้โชคดี’ ที่ผมเพิ่งเอ่ยออกไป

..แต่คือสัมผัสจากฝ่ามือตนเองที่วางลงบนศีรษะของน้องแทนการรับไหว้


 




เวลา..ว่าง

เวลาว่าง (1) มีประโยชน์ก็ตอนว่างนี่แหละ
เวลาว่าง (2) ทัวร์ลง
เวลาว่าง (3) ดวงจันทร์ของนางชี1
เวลาว่าง (4) ดวงจันทร์ของนางชี 2
เวลาว่าง (5) เบ้าหลอม
เวลาว่าง (6) ดวงจันทร์ในอ่างล้างแก้ว
เวลาว่าง (7) หลงรัง
เวลาว่าง (8) ความเห็นที่ถูกต้อง
เวลาว่าง (9) เสือเฒ่า
เวลาว่าง (11) รากเหง้า
เวลาว่าง (12) เราจะสูญพันธุ์อย่างมีศักดิ์ศรี
เวลาว่าง(13) เต่า
เวลาว่าง(14)ถ้วยว่าง
เวลาว่าง(15) พื้นที่ชีวิต